กรณีสมมติ: บริษัทเปลี่ยนผู้ให้บริการเงินเดือนและขอให้ลบข้อมูลของพนักงานที่ออกแล้วทั้งหมด ต่อมามีคำร้องเรื่อง OT แต่แฟ้มเวลาทำงานและหลักฐานโอนถูกลบตามสถานะพ้นงาน จึงต้องไล่หาข้อมูลจากหลายฝ่ายโดยไม่มีชุดที่ครบ
การเก็บเอกสารลูกจ้างต้องแยกทะเบียนออกจากเอกสารการจ่ายเงิน มาตรา115กำหนดจุดเริ่มนับระยะเวลาเก็บต่างกัน และมีเงื่อนไขเมื่อเกิดคำร้องหรือข้อพิพาท การลบทุกอย่างพร้อมปิดบัญชีผู้ใช้งานจึงเสี่ยงทำให้หลักฐานหายก่อนหมดหน้าที่
เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของการ ออกแบบสัญญาจ้างและข้อบังคับการทำงาน ให้ตรงกับการใช้งานของ HR บทความนี้พิจารณากิจการเอกชนที่อยู่ในบังคับกฎหมายคุ้มครองแรงงาน หากเป็นงานที่มีกฎหมายเฉพาะต้องตรวจเงื่อนไขของงานนั้นเพิ่ม
📌 สรุปคำตอบสั้น ๆ
1. ทะเบียนลูกจ้างเก็บไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันสิ้นสุดการจ้างของแต่ละรายตามมาตรา115
2. เอกสารจ่ายค่าจ้างและเงินจากการทำงานที่กฎหมายระบุ เก็บไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันจ่าย ไม่ใช่นับจากพนักงานออกอย่างเดียว
3. กรณีมีคำร้อง ข้อพิพาทแรงงาน หรือคดีตามที่กฎหมายระบุ ต้องเก็บจนมีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุด
4. ระยะเวลาตามกฎหมายแรงงานไม่ใช่คำสั่งให้ลบเอกสารทุกชนิดทันทีเมื่อครบ ต้องตรวจหน้าที่อื่นและเหตุจำเป็นด้วย
ยังมีหน้าที่เก็บตามกฎหมายและเหตุที่ต้องใช้พิสูจน์สิทธิ ควรจำกัดการเข้าถึงแทนการลบทันที
ทะเบียนกับเอกสารจ่ายเงินมีจุดเริ่มนับต่างกัน ต้องแยกรายการในตารางอายุเก็บ
ต้องตรวจว่านายจ้างยังเรียกดูและนำหลักฐานออกมาใช้ได้ การจ้างระบบไม่ทำให้หน้าที่ของนายจ้างหายไป
⚖️ เลนส์ทนายไทยธนา
คนทั่วไปมักเข้าใจว่า... เมื่อปิดบัญชีพนักงาน ระบบควรลบทุกอย่างทันที
แต่ในทางคดี ศาลและกฎหมายมักมองว่า... มาตรา112ถึง115กำหนดหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนและเอกสารจ่ายเงิน โดยมีระยะเวลาและเหตุเก็บต่อเฉพาะ
จุดเสี่ยงจริงอยู่ตรงนี้... ผู้ดูแลระบบเข้าใจว่าปิดสิทธิเข้าใช้กับลบข้อมูลเป็นคำสั่งเดียวกัน จึงลบหลักฐานที่ยังต้องเก็บ
ทางเลือกที่ควรทำต่อคือ... แยกขั้นตอนปิดบัญชีผู้ใช้ ย้ายเก็บหลักฐาน และพิจารณาทำลาย โดยมีผู้อนุมัติคนละหน้าที่
มาตรา112ให้ผู้มีลูกจ้างตั้งแต่สิบคนขึ้นไปจัดทำทะเบียนภาษาไทยภายใน15วันนับแต่ลูกจ้างเข้าทำงาน และมาตรา113ระบุข้อมูลขั้นต่ำ เช่น วันเริ่มจ้าง ตำแหน่ง อัตราค่าจ้างและวันสิ้นสุดการจ้าง ควรเก็บให้แก้ไขข้อมูลได้ตามกำหนดเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลง
มาตรา114เกี่ยวกับเอกสารจ่ายเงินของนายจ้างที่มีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ครอบคลุมวันเวลา อัตราและจำนวนเงินที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่สลิปสรุปยอดสุทธิเพียงใบเดียวเสมอไป ต้องตรวจว่าชุดข้อมูลรวมกันตอบรายการตามกฎหมายได้หรือไม่
ทะเบียนลูกจ้างใช้วันสิ้นสุดการจ้างของแต่ละรายเป็นจุดเริ่มนับไม่น้อยกว่าสองปี ส่วนเอกสารจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุดและค่าล่วงเวลาในวันหยุด เริ่มนับไม่น้อยกว่าสองปีจากวันจ่ายเงินนั้น
บริษัทควรมีตารางชนิดเอกสาร วันที่ใช้เริ่มนับ ผู้ดูแล และเหตุที่ยังไม่ทำลาย แทนคำสั่งรวมว่าข้อมูลพนักงานออกเก็บสองปี หากมีหน้าที่ภาษี บัญชี หรือกฎหมายอื่นใช้กับบางเอกสาร ต้องให้ผู้รับผิดชอบตรวจเพิ่มเติมก่อนกำหนดวันลบจริง
มาตรา115ระบุกรณีคำร้องตามหมวด12 ข้อพิพาทแรงงานตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ หรือคดีแรงงาน ให้เก็บทะเบียนและเอกสารเกี่ยวกับการจ่ายเงินที่ระบุจนมีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุด บริษัทจึงต้องมีทางแจ้งผู้เก็บเอกสารให้หยุดการทำลายเมื่อเกิดเหตุ
การเก็บต่อควรครอบคลุมหลักฐานที่เกี่ยวข้องและรักษาต้นฉบับ ไม่แต่งข้อมูลที่หายให้ดูเหมือนมีมาตลอด หากพบข้อผิดพลาดให้บันทึกการแก้และเหตุผลต่างหาก พร้อมรักษาข้อมูลเดิมเพื่อให้ตรวจเส้นทางได้
ก่อนยกเลิกบริการเงินเดือน ให้ขอตัวอย่างข้อมูลที่ส่งออกแล้วตรวจว่าเปิดอ่านได้ มีรายละเอียดอัตราและเวลา พร้อมหลักฐานจ่ายเงินที่เชื่อมกับบุคคลและงวดนั้นได้ การได้ไฟล์สำรองที่ต้องใช้โปรแกรมซึ่งเลิกสิทธิแล้วอาจไม่ช่วยเมื่อจำเป็นต้องตรวจ
แยกสิทธิของอดีตพนักงานในการเข้าระบบออกจากสิทธิของผู้ดูแลเอกสาร บริษัทอาจปิดบัญชีผู้ใช้โดยยังเก็บหลักฐานตามเหตุจำเป็นผ่านผู้มีหน้าที่ได้ ควรกำหนดผู้อนุมัติการเปิดดูและการส่งออก ไม่ให้ทุกคนค้นข้อมูลเงินเดือนย้อนหลังได้โดยไม่มีเหตุ
✔ ทะเบียนกับเอกสารจ่ายเงินถูกแยกประเภทหรือไม่
✔ รู้วันเริ่มนับระยะเวลาเก็บของแต่ละประเภทหรือยัง
✔ มีคำร้องหรือคดีที่ต้องระงับการทำลายหรือไม่
✔ มีหน้าที่บัญชีหรือกฎหมายอื่นที่ต้องตรวจเพิ่ม
✔ ไฟล์จากผู้ให้บริการเปิดอ่านได้หลังยกเลิกระบบหรือไม่
✔ ข้อมูลเวลาตรงงวดและเชื่อมกับการจ่ายเงินได้หรือไม่
✔ ผู้เข้าถึงและผู้อนุมัติทำลายเอกสารถูกกำหนดชัดหรือไม่
ต้องตรวจฐานและความจำเป็นในการเก็บตามหน้าที่กฎหมาย พร้อมจำกัดการใช้ ไม่ใช่เลือกระหว่างเก็บทุกอย่างตลอดไปกับลบทันที
มาตรา114ยอมรับหลักฐานโอนตามเงื่อนไข แต่ยังต้องจัดข้อมูลที่อธิบายรายการและสิทธิได้ครบ
บริษัทควรตรวจสัญญาบริการและทางเข้าถึงข้อมูล ไม่ใช้คำรับปากแทนการทดสอบไฟล์จริง
1. ทำรายการชนิดเอกสารและระบบที่จัดเก็บ
2. กำหนดฐานวันเริ่มนับของทะเบียนและรายการจ่ายเงิน
3. ตรวจข้อพิพาทและหน้าที่กฎหมายอื่นก่อนลบ
4. ทดสอบส่งออกและกู้เปิดแฟ้มตัวอย่าง
5. กำหนดสิทธิเข้าถึงและผู้สั่งระงับการทำลาย
6. บันทึกการเก็บหรือทำลายตามเกณฑ์ที่ตรวจแล้ว
• ลบทุกแฟ้มทันทีที่เปลี่ยนสถานะพ้นงาน
• เก็บเพียงภาพยอดเงินโดยไม่มีรายละเอียดงวด
• ข้อมูลอยู่กับผู้ให้บริการที่ไม่ยอมส่งออก
• ระบบยังลบอัตโนมัติแม้มีคำร้องแล้ว
• เจ้าหน้าที่แก้ไฟล์เก่าทับโดยไม่มีประวัติ
ไทยธนาช่วยตรวจข้อบังคับ ขั้นตอนพ้นสภาพ และข้อกำหนดเอกสาร HR ให้เชื่อมกับหน้าที่เก็บหลักฐาน หากมีคดีหรือคำร้องจะช่วยระบุชุดเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อประสานผู้ดูแลระบบ โดยไม่กำหนดการเก็บทุกข้อมูลตลอดไปแบบไม่มีเหตุจำเป็น
ต้องเก็บทะเบียนลูกจ้างกี่ปี?
ตามมาตรา115ไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่สิ้นสุดการจ้างแต่ละราย และตรวจเหตุเก็บต่อด้วย
เอกสารเงินเดือนนับสองปีจากวันลาออกไหม?
เอกสารจ่ายเงินที่มาตรา115ระบุเริ่มนับจากวันจ่ายเงินนั้น
มีคดีแล้วครบสองปีลบได้ไหม?
ต้องตรวจหน้าที่เก็บจนมีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุดตามกฎหมาย ไม่ลบตามรอบอัตโนมัติ
ปิดบัญชีพนักงานเท่ากับต้องลบข้อมูลไหม?
ไม่ใช่ขั้นตอนเดียวกัน ควรแยกการปิดสิทธิเข้าใช้จากการเก็บหลักฐานที่มีเหตุรองรับ
เก็บไว้ในคลาวด์ต้องทำอะไรเพิ่ม?
ตรวจสิทธิเข้าถึง การส่งออก และการเปิดอ่านหลังยกเลิกบริการ พร้อมหน้าที่คุ้มครองข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
ก่อนสั่งลบแฟ้มของอดีตพนักงาน ให้ลองเรียกข้อมูลหนึ่งงวดขึ้นมาตอบว่าใครทำงานเมื่อใด ได้เงินประเภทใด และจ่ายเมื่อไร หากตอบไม่ได้ การมีไฟล์จำนวนมากก็ยังไม่พอ ควรแก้การเชื่อมข้อมูลและกำหนดอายุเก็บก่อนย้ายระบบรอบถัดไป
🔗 บทความที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 และที่แก้ไขถึงฉบับที่7 เฉพาะมาตราที่อ้าง
ตรวจแหล่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องวันที่21 ตุลาคม2569 เพื่อจัดทำบทความล่วงหน้า
📞 กำลังย้ายระบบ HR หรือจัดเก็บแฟ้มพนักงานเก่า?
ส่งขั้นตอนพ้นสภาพและรายการเอกสารให้ทนายตรวจหน้าที่ก่อนกำหนดวันทำลาย ดูรายละเอียดได้ที่ บริการร่างข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
บทความนี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะคดี เพราะแต่ละกรณีต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานประกอบ
Powered by Froala Editor