พอบริษัทโตขึ้นจนมีพนักงานครบ 10 คน คำถามที่ HR และเจ้าของกิจการมักถามคือ — เราต้องมี "ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน" แล้วหรือยัง และมันคือแค่เอกสารพิธีการที่ก๊อบจากบริษัทอื่นมาก็จบ หรือมีอะไรมากกว่านั้น คำตอบสั้น ๆ คือ — มันคือ "กฎหมายภายใน" ของบริษัทที่ตัดสินว่าวันหนึ่งคุณจะลงโทษหรือเลิกจ้างพนักงานที่ทำผิดได้อย่างชอบธรรมหรือไม่ และเขียนผิดจุดเดียวอาจทำให้เลิกจ้างไม่ได้แม้ลูกจ้างจะทำผิดจริง
บทความนี้จะไล่ให้ครบว่าใครต้องทำ ทำเมื่อไหร่ 8 หัวข้อที่กฎหมายบังคับมีอะไรบ้าง และจุดที่บริษัทเขียนผิดกันบ่อยจนข้อบังคับกลายเป็น "กระดาษเปล่า" ที่ใช้ในศาลไม่ได้ (ภาพใหญ่ของการวางระบบสัญญาจ้างและข้อบังคับทั้งองค์กร อ่านได้ที่ คู่มือออกแบบสัญญาจ้างและข้อบังคับการทำงานให้องค์กรปลอดคดี)
📌 สรุปคำตอบสั้น ๆ ก่อน
1. นายจ้างที่มีลูกจ้าง ตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป (นับรวมทุกสาขา) ต้องจัดให้มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทย และประกาศใช้ภายใน 15 วัน
2. ข้อบังคับต้องมีอย่างน้อย 8 หัวข้อตามมาตรา 108 — ขาดหัวข้อใดถือว่าไม่ครบตามกฎหมาย
3. ปัจจุบัน ไม่ต้องส่งสำเนาให้อธิบดีแล้ว แต่ยังต้อง ปิดประกาศโดยเปิดเผย และเก็บไว้ ณ ที่ทำงานให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจได้
4. จุดที่เขียนผิดบ่อยที่สุด: ให้สิทธิ ต่ำกว่ากฎหมาย (ส่วนที่ต่ำกว่าใช้ไม่ได้) และหมวด "วินัย" อ่อนจน ใช้ลงโทษหรือเลิกจ้างไม่ได้จริง
5. เกณฑ์ 10 คนยังพ่วง หน้าที่ทำ "ทะเบียนลูกจ้าง" (มาตรา 115) และการยื่นแบบ คร.11 ด้วย อย่าทำตกหล่น
มาตรา 108 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดชัดว่านายจ้างที่มีลูกจ้าง ตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ต้องจัดให้มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทย จำนวน 10 คนนี้ให้นับรวมลูกจ้างทุกคนของนายจ้างรายเดียวกัน ไม่ใช่นับแยกรายสาขา ดังนั้นบริษัทที่มีหลายสาขาแต่ละสาขาไม่ถึง 10 คน แต่รวมกันเกิน ก็เข้าเกณฑ์ต้องทำ
ประกาศใช้ภายใน 15 วัน: นับแต่วันที่มีลูกจ้างครบ 10 คน ต้องจัดทำและประกาศใช้ข้อบังคับ
ปิดประกาศโดยเปิดเผย: ต้องเผยแพร่และปิดประกาศข้อบังคับไว้ ณ สถานที่ทำงานที่ลูกจ้างเข้าถึงและเห็นได้ พร้อมเก็บสำเนาไว้ ณ สถานประกอบกิจการ
แก้ไขเพิ่มเติมต้องประกาศใน 7 วัน: หากมีการแก้ไขข้อบังคับภายหลัง ต้องประกาศฉบับแก้ไขภายใน 7 วันนับแต่ประกาศใช้
มีจุดที่คนเข้าใจผิดกันมาก — เดี๋ยวนี้นายจ้างไม่ต้องส่งสำเนาข้อบังคับให้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานอีกแล้ว (กฎหมายแก้ให้ตัดหน้าที่นี้ออกไป) แต่หลายบริษัทตีความผิดเป็น "ไม่ต้องส่งใคร = ไม่ต้องทำ" ซึ่งไม่ถูก หน้าที่จัดทำ ปิดประกาศ และเก็บไว้ให้พนักงานตรวจแรงงานเรียกตรวจได้ ยังอยู่ครบทุกข้อ การไม่มีข้อบังคับทั้งที่เข้าเกณฑ์ถือว่าฝ่าฝืนกฎหมายและมีโทษ

| # | หัวข้อที่กฎหมายบังคับ | สาระที่ต้องมี |
| 1 | วันทำงาน เวลาทำงานปกติ และเวลาพัก | กำหนดวัน–เวลาเข้าออกงาน และเวลาพักที่ไม่น้อยกว่ากฎหมาย |
| 2 | วันหยุดและหลักเกณฑ์การหยุด | วันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี วันหยุดพักผ่อนประจำปี |
| 3 | หลักเกณฑ์การทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุด | เงื่อนไข OT การขอความยินยอม และการทำงานในวันหยุด |
| 4 | วันและสถานที่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด | กำหนดงวดจ่าย วิธีจ่าย และสถานที่จ่ายให้ชัด |
| 5 | วันลาและหลักเกณฑ์การลา | ลาป่วย ลากิจ ลาคลอด ลาพักร้อน ฯลฯ ต้องไม่ต่ำกว่ากฎหมาย |
| 6 | วินัยและโทษทางวินัย | ข้อห้าม ระดับความผิด และโทษแต่ละขั้น — หัวใจของการลงโทษ/เลิกจ้าง |
| 7 | การร้องทุกข์ | ช่องทางและขั้นตอนให้ลูกจ้างร้องเรียนภายใน |
| 8 | การเลิกจ้าง ค่าชดเชย และค่าชดเชยพิเศษ | หลักเกณฑ์การเลิกจ้างและสิทธิที่ลูกจ้างจะได้รับ |
สังเกตว่าหัวข้อ (6) วินัยและโทษทางวินัย และ (8) การเลิกจ้าง คือหัวข้อที่ "มีชีวิต" ที่สุด เพราะเป็นฐานที่นายจ้างจะใช้อ้างเวลาต้องลงโทษหรือเลิกจ้าง ถ้าเขียนคลุมเครือหรือไม่ครอบคลุมพฤติกรรมจริงในที่ทำงาน วันที่เกิดเรื่องขึ้นมาจริง ๆ ข้อบังคับก็จะช่วยอะไรไม่ได้เลย
1. ให้สิทธิต่ำกว่ากฎหมาย — เช่น เขียนวันลาป่วยหรือวันหยุดพักผ่อนน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด ส่วนที่ต่ำกว่านั้น เป็นโมฆะ ใช้บังคับไม่ได้ ต้องกลับไปใช้ตามกฎหมายอยู่ดี — เท่ากับเขียนไปก็เสียเปล่าและเสี่ยงถูกมองว่าจงใจเอาเปรียบ
2. หมวดวินัยอ่อนเกินไป — ก๊อบข้อบังคับบริษัทอื่นมาโดยไม่ปรับให้ตรงกับความผิดที่เกิดจริงในธุรกิจของตน ทำให้พอลูกจ้างทำผิด กลับไม่มีข้อไหนครอบ ลงโทษหรือเลิกจ้างตามมาตรา 119(4) ไม่ได้
3. ไม่มีเรื่องการร้องทุกข์ — ตัดหัวข้อ (7) ออกเพราะคิดว่าไม่จำเป็น ทั้งที่กฎหมายบังคับให้ต้องมี
4. ทำแล้วแต่ไม่ปิดประกาศ/ไม่แจ้งลูกจ้าง — มีไฟล์เก็บไว้ในลิ้นชัก แต่ลูกจ้างไม่เคยรับรู้ เมื่อถึงชั้นศาลอาจถูกโต้แย้งว่าข้อบังคับนั้นไม่มีผลผูกพันลูกจ้าง
5. เขียนโทษปรับเงิน/ตัดค่าจ้างเป็นบทลงโทษ — การหักค่าจ้างทำได้เฉพาะกรณีที่กฎหมายอนุญาตเท่านั้น การตั้งค่าปรับเป็นโทษวินัยลอย ๆ เสี่ยงผิดกฎหมายและใช้ไม่ได้
โดยเฉพาะข้อ 2 คือจุดที่แพงที่สุด เพราะการเลิกจ้างเพราะลูกจ้าง "ฝ่าฝืนข้อบังคับ" ตามมาตรา 119(4) นายจ้างต้องมีข้อบังคับที่เขียนเรื่องนั้นไว้ชัด และ (ถ้าไม่ร้ายแรง) ต้องเคยตักเตือนเป็นหนังสือมาก่อน หากข้อบังคับไม่ครอบหรือเขียนกว้างจนพิสูจน์ไม่ได้ว่าลูกจ้างฝ่าฝืน "ข้อไหน" ศาลก็ยกเหตุนั้นไม่ได้ รายละเอียดว่านายจ้างต้องพิสูจน์อะไรบ้าง อ่านที่ เลิกจ้างด้วยเหตุร้ายแรงตามมาตรา 119 นายจ้างต้องพิสูจน์อะไรบ้าง และแนวทางออกแบบบทลงโทษให้ใช้ได้จริงดูที่ [[ใส่ URL: ลงโทษทางวินัยให้ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อเผยแพร่]]

เกณฑ์ "ลูกจ้าง 10 คนขึ้นไป" ไม่ได้พ่วงแค่ข้อบังคับ แต่ยังมีหน้าที่เอกสารอีกชุดที่มักถูกลืม — ทะเบียนลูกจ้าง (มาตรา 115) ที่นายจ้างต้องจัดทำเป็นภาษาไทย เก็บไว้ ณ สถานประกอบกิจการ และเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่า 2 ปี นับแต่วันสิ้นสุดการจ้างลูกจ้างแต่ละราย เช่นเดียวกับเอกสารเกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าทำงานในวันหยุด ที่ต้องเก็บไม่น้อยกว่า 2 ปีเช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน (แบบ คร.11) ที่นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปต้องยื่นตามกำหนดในแต่ละปี การทำข้อบังคับ ทะเบียนลูกจ้าง และเอกสารเหล่านี้ให้ครบในคราวเดียว จะช่วยให้บริษัทผ่านการตรวจของพนักงานตรวจแรงงานได้อย่างสบายใจ (กำหนดเวลายื่นและรายละเอียดแบบฟอร์มอาจปรับปรุงเป็นระยะ ควรตรวจสอบล่าสุดกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานอีกครั้ง)
⚖️ เลนส์ทนายไทยธนา
คนทั่วไปมักเข้าใจว่า... ข้อบังคับการทำงานเป็นแค่เอกสารพิธีการที่ต้องมีเพื่อให้ผ่านการตรวจ ก๊อบของบริษัทอื่นมาปรับชื่อก็พอ
แต่ในมุมทนาย... ข้อบังคับคือ "กติกาที่นายจ้างเขียนเอง" และในชั้นศาลแรงงาน นายจ้างจะถูกผูกด้วยกติกาที่ตัวเองเขียนไว้ทุกตัวอักษร ข้อบังคับที่ก๊อบมามักให้สิทธิลูกจ้างเกินจำเป็นในบางข้อ และอ่อนเกินไปในหมวดวินัยที่บริษัทต้องใช้จริง กลายเป็นดาบที่ย้อนกลับมาบาดนายจ้างเอง
สิ่งที่ควรทำคือ... ร่างข้อบังคับจาก "พฤติกรรมและความเสี่ยงจริง" ของธุรกิจตนเอง ให้หมวดวินัยครอบคลุมความผิดที่พบได้จริง เชื่อมกับขั้นตอนตักเตือน–พักงาน–เลิกจ้างอย่างเป็นระบบ และทบทวนทุกครั้งที่กฎหมายหรือโครงสร้างองค์กรเปลี่ยน
❓ มีลูกจ้าง 9 คน ไม่ต้องทำข้อบังคับใช่ไหม
ตามกฎหมายยังไม่ถูกบังคับให้ต้องมีจนกว่าจะครบ 10 คน แต่ในทางปฏิบัติแนะนำให้ร่างไว้ก่อน เพราะพอครบ 10 คนต้องประกาศใช้ภายใน 15 วัน และการมีระเบียบที่ชัดตั้งแต่ทีมยังเล็กช่วยลดข้อพิพาทได้มาก
❓ ถ้ายังไม่ได้ทำข้อบังคับ จะเลิกจ้างพนักงานที่ทำผิดได้ไหม
การเลิกจ้างยังทำได้ตามหลักกฎหมาย แต่จะ"ยาก"ขึ้นมาก โดยเฉพาะการอ้างว่าลูกจ้างฝ่าฝืนข้อบังคับตามมาตรา 119(4) เพราะไม่มีข้อบังคับให้อ้างอิง และเสี่ยงถูกมองว่าเลิกจ้างโดยไม่มีระบบรองรับ
❓ แก้ข้อบังคับเองได้เลยไหม หรือต้องขอลูกจ้างก่อน
โดยหลักการแก้ไขข้อบังคับที่ทำให้ลูกจ้างเสียประโยชน์กว่าเดิมอาจกระทบสภาพการจ้าง ต้องระวังเรื่องความยินยอมและกระบวนการ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนแก้เพื่อไม่ให้กลายเป็นข้อพิพาทแรงงาน
ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานไม่ใช่แค่เอกสารให้ผ่านการตรวจ แต่คือ "กฎหมายภายใน" ที่นายจ้างจะถูกผูกในชั้นศาล นายจ้างที่มีลูกจ้าง 10 คนขึ้นไปต้องจัดทำเป็นภาษาไทย ประกาศใช้ใน 15 วัน มีครบ 8 หัวข้อตามมาตรา 108 ปิดประกาศเปิดเผย (ไม่ต้องส่งอธิบดีแล้ว) และอย่าลืมทะเบียนลูกจ้างตามมาตรา 115 จุดชี้เป็นชี้ตายอยู่ที่หมวดวินัยและการเลิกจ้าง ซึ่งต้องเขียนจากความเสี่ยงจริงของธุรกิจ ไม่ใช่ก๊อบมา
ต้องการร่างหรือตรวจข้อบังคับการทำงานให้รัดกุมและปลอดคดี?
ทีมทนายไทยธนามีบริการ ร่างข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัท ให้ตรงกับธุรกิจของคุณ ครบทั้ง 8 หัวข้อและหมวดวินัยที่ใช้ได้จริง ปรึกษากฎหมายเบื้องต้นฟรี ทนายโทรกลับภายใน 24 ชม.
📞 02-6429950, 02-6429951 | สายด่วน 063-2106492 | LINE: @thaitanalawfirm
บทความนี้ให้ข้อมูลทางกฎหมายเบื้องต้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (มาตรา 108 และ 115) ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายเฉพาะกรณี ข้อกำหนดและแบบฟอร์มบางส่วนอาจมีการปรับปรุง ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดหรือปรึกษาทนายความก่อนดำเนินการกับกรณีของท่าน
Powered by Froala Editor