สรุปสั้นก่อนเริ่มอ่าน: สัญญาจ้างแรงงานในไทยมี 2 ประเภทหลัก คือ "กำหนดระยะเวลา" และ "ไม่กำหนดระยะเวลา" — ทั้งสองมีหน้าที่ของนายจ้างต่างกันโดยสิ้นเชิงเมื่อสิ้นสุดสัญญา ส่วน "พนักงานทดลองงาน" ในทางกฎหมายถือเป็นสัญญาไม่กำหนดระยะเวลา ซึ่งหมายความว่า การเลิกจ้างต้องบอกกล่าวล่วงหน้า และถ้าทำงานครบ 120 วัน นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยด้วย
ในตอนที่ 1 ของซีรีส์ เราอธิบายความต่างระหว่าง สัญญาจ้างแรงงาน กับ สัญญาจ้างทำของ ไปแล้ว ในตอนนี้ เราจะเจาะลึกลงไปอีกชั้น — เมื่อรู้ว่าเป็นสัญญาจ้างแรงงานแน่ๆ ขั้นตอนต่อไปคือต้องเลือกว่าจะเป็น สัญญาแบบกำหนดระยะเวลา หรือ ไม่กำหนดระยะเวลา
ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก แต่ความเข้าใจคลาดเคลื่อนในจุดนี้ คือสาเหตุของข้อพิพาทแรงงานที่ราคาแพงที่สุดในศาล — โดยเฉพาะ 3 ประเด็นนี้
บทความนี้ ทนายความด้านแรงงานของไทยธนา ลอว์เฟิร์ม จะอธิบายทั้ง 3 ประเด็นพร้อมแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่วางหลักไว้ และเช็กลิสต์สำหรับ HR ใช้ตัดสินใจได้ทันที
สัญญาจ้างกำหนดระยะเวลา คือสัญญาที่ระบุ วันเริ่ม และ วันสิ้นสุด ไว้ชัดเจนตั้งแต่วันเซ็น โดยทั้งสองฝ่ายรู้ตั้งแต่แรกว่าสัญญาจะระงับเมื่อใด
ลักษณะสำคัญ:
สถานการณ์ที่เหมาะสม:
📌 ข้อสำคัญ: ถ้างานนั้นเป็น "ภารกิจปกติ" ของบริษัท (Core Business) แม้เขียนสัญญาเป็นแบบกำหนดเวลา ศาลก็อาจตีความว่าเป็นสัญญาจ้างทั่วไป และถ้าเลิกจ้างก่อนกำหนดโดยลูกจ้างไม่มีความผิด นายจ้างอาจต้องจ่ายค่าเสียหายเท่ากับค่าจ้างที่เหลือจนครบสัญญา
สัญญาจ้างไม่กำหนดระยะเวลา คือสัญญาที่ไม่ระบุวันสิ้นสุด หรือมีเงื่อนไขที่ทำให้ระยะเวลา ไม่แน่นอน
หลายคนคิดว่า เขียน "จ้างเป็นเวลา 1 ปี" หรือ "จ้าง 2 ปี" ในสัญญาแล้ว = สัญญากำหนดระยะเวลาแน่นอน
แต่ในความเป็นจริง ศาลฎีกาวางแนวไว้ชัดเจนว่า ถ้ามีเงื่อนไขดังต่อไปนี้แม้เพียงข้อเดียว ให้ถือเป็น สัญญาจ้างไม่กำหนดระยะเวลา ทันที
สัญญาระบุระยะเวลา แต่พ่วงท้ายว่า "นายจ้างมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาได้ก่อนครบกำหนด" หรือ "ลูกจ้างสามารถลาออกได้โดยแจ้งล่วงหน้า 30 วัน"
ข้อตกลงนี้ทำให้อายุสัญญาไม่แน่นอน (แนวคำพิพากษาฎีกาที่ 14260/2558 และ ที่ 1604/2528)
(แนวคำพิพากษาฎีกาที่ 3816/2546)
เช่น สัญญาระบุว่า "กำหนดเวลาจ้างอย่างน้อย 3 ปี" คำว่า "อย่างน้อย" ทำให้ระยะเวลาไม่แน่นอน (แนวคำพิพากษาฎีกาที่ 1471/2525)
(แนวคำพิพากษาฎีกาที่ 2628/2527)
⚠️ หมายเหตุสำหรับ Editor: เลขคำพิพากษาฎีกาทั้ง 5 ฉบับ ได้รับจากเอกสารต้นฉบับ ควรตรวจสอบความถูกต้องจากเว็บไซต์ศาลฎีกา (deka.supremecourt.or.th) ก่อนเผยแพร่ทุกครั้ง
เมื่อเป็นสัญญาไม่กำหนดระยะเวลา การเลิกจ้างต้องผ่าน 3 ขั้นตอน
นี่คือคำถามที่ HR ถามทนายมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ — และเป็นจุดที่หลายบริษัทพลาด
ใน พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ไม่มีบัญญัติคำว่า "การจ้างทดลองงาน" ไว้เป็นการเฉพาะ
ในทางกฎหมาย สัญญาทดลองงานจึงถูกจัดเป็น "สัญญาจ้างแบบไม่กำหนดระยะเวลา" เพราะมีเงื่อนไขแฝงว่า ถ้าผลงานไม่ผ่าน นายจ้างเลิกจ้างก่อนครบกำหนดได้
แค่เงื่อนไขนี้อย่างเดียว ก็เพียงพอที่จะทำให้สัญญากลายเป็น "ไม่กำหนดเวลา" ตามแนวฎีกาที่อ้างถึงข้างต้น
1. การคุ้มครองตามกฎหมายตั้งแต่วันแรก
ลูกจ้างทดลองงานได้รับสิทธิ์ตามกฎหมายแรงงานเท่าเทียมกับลูกจ้างประจำตั้งแต่วันแรก ทั้งค่าจ้างขั้นต่ำ ค่าล่วงเวลา สิทธิ์การลา ประกันสังคม
ข้อยกเว้นเดียวคือสวัสดิการภายในที่กฎหมายไม่บังคับ เช่น โบนัส กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บัตรประกันสุขภาพภาคเอกชน — เหล่านี้บริษัทกำหนดให้เริ่มหลังผ่านทดลองงานได้
2. เลิกจ้างต้องบอกกล่าวล่วงหน้า
เพราะเป็นสัญญาไม่กำหนดระยะเวลา ถ้าประเมินว่าไม่ผ่านงาน นายจ้างต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร ตามมาตรา 17 วรรคสอง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน 2541
ถ้าไม่บอกล่วงหน้า ต้องจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าว ("ค่าตกใจ") เป็นจำนวนเท่ากับค่าจ้างในระยะเวลาที่ควรบอกกล่าว
3. ทำงานครบ 120 วัน = มีสิทธิ์ค่าชดเชย
นี่คือจุดที่ HR ต้องคำนวณให้ละเอียด
| อายุงาน | ค่าชดเชยที่ต้องจ่าย (ถ้าเลิกจ้างโดยไม่ใช่ความผิดร้ายแรง) |
|---|---|
| น้อยกว่า 120 วัน | ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย (แต่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า) |
| 120 วัน – ไม่ครบ 1 ปี | ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน |
| 1 ปี – ไม่ครบ 3 ปี | ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 90 วัน |
| 3 ปี – ไม่ครบ 6 ปี | ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 180 วัน |
| 6 ปี – ไม่ครบ 10 ปี | ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 240 วัน |
| 10 ปี – ไม่ครบ 20 ปี | ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 300 วัน |
| 20 ปีขึ้นไป | ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 400 วัน |
💡 เคล็ดที่ HR ใช้กันมานานคือกำหนดทดลองงาน "119 วัน" — แต่ต้องระวัง ถ้าให้ทำงานเลยวันที่ 119 ไปแม้แต่วันเดียว ก็เข้าเงื่อนไข 120 วันแล้ว และต้องจ่ายค่าชดเชยทั้งก้อน
คนทั่วไปมักเข้าใจว่า… "ช่วงทดลองงาน" เป็นช่วงที่นายจ้างมีอำนาจเต็ม สามารถเลิกจ้างได้อย่างยืดหยุ่นโดยไม่ต้องรับผิดอะไรมาก เพราะลูกจ้างยัง "ไม่บรรจุ" เป็นพนักงานประจำ
แต่ในทางคดี ศาลและกฎหมายมักมองว่า… "ทดลองงาน" เป็นเพียงคำเรียกในทางบริหารบุคคล ไม่ใช่สถานะทางกฎหมายแยกต่างหาก ในสายตาของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ลูกจ้างทดลองงานคือ "ลูกจ้าง" เต็มตัวตั้งแต่วันแรก — มีสิทธิ์ทั้งหมดเท่าเทียมกับพนักงานประจำ และถ้าทำงานครบ 120 วัน ก็มีสิทธิ์ค่าชดเชยเหมือนลูกจ้างทั่วไป
จุดเสี่ยงจริงอยู่ตรงนี้… บริษัทส่วนใหญ่พลาดที่ "ขั้นตอนการเลิกจ้าง" ไม่ใช่ "ตัวเหตุผล" — ประเมินไม่ผ่านงาน เป็นเหตุผลที่ฟังขึ้น แต่ถ้าเลิกจ้างวันนั้นแจ้งวันนั้น ไม่ทำเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ตรงรอบจ่ายค่าจ้าง บริษัทก็เสียค่าตกใจ บางครั้งเลิกจ้างวันที่ 121 ของการทดลองงาน HR หลายคนยังไม่ระวัง — ต้องจ่ายค่าชดเชย 30 วันเต็ม ทั้งที่อายุงานเพียง 4 เดือน
ทางเลือกที่ควรทำต่อคือ… ก่อนจะเลิกจ้างพนักงานทดลองงานทุกครั้ง ต้องทำ Checklist 4 ข้อ — (1) นับวันให้แม่นว่ายังไม่ครบ 120 วัน (2) มีหลักฐานการประเมินที่ทำเป็นระบบ ไม่ใช่ "รู้สึกไม่ผ่าน" (3) ทำหนังสือเลิกจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร (4) ระบุวันที่ให้ตรงรอบจ่ายค่าจ้าง ทำได้ครบ 4 ข้อนี้ ความเสี่ยงทางคดีลดลงเกินครึ่ง
หลักการ: ในกรณีสัญญาจ้างไม่กำหนดระยะเวลา นายจ้างหรือลูกจ้างต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร โดยบอกกล่าวในหรือก่อนถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวใดคราวหนึ่ง เพื่อให้มีผลเลิกจ้างเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไป
แปลเป็นภาษาคน: ถ้าจ่ายเงินทุกวันที่ 30 ของเดือน อยากเลิกจ้างให้มีผลสิ้นเดือนถัดไป ต้องส่งหนังสือก่อนหรือในวันที่ 30 ของเดือนนี้
หลักการ: นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ถ้าเลิกจ้างเพราะลูกจ้างกระทำความผิดร้ายแรง เช่น ทุจริต จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย ฝ่าฝืนระเบียบร้ายแรง ละทิ้งหน้าที่ติดต่อกัน 3 วันโดยไม่มีเหตุสมควร
แปลเป็นภาษาคน: การประเมินไม่ผ่านงาน ไม่เข้าข่ายความผิดร้ายแรง — จึงต้องจ่ายค่าชดเชย
หลักการ: นายจ้างเลิกจ้างโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าได้ ถ้าลูกจ้างจงใจขัดคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมาย ละเลยไม่นำพาต่อคำสั่ง ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือกระทำความผิดอื่นที่ร้ายแรง
แปลเป็นภาษาคน: เป็นข้อยกเว้นของหน้าที่บอกกล่าวล่วงหน้า แต่ต้องเข้าเงื่อนไขความผิดร้ายแรงเท่านั้น ไม่ใช่แค่ผลงานไม่ดี
เช็กลิสต์ 9 ข้อก่อนเลิกจ้างพนักงานทดลองงาน
ในข้อพิพาทเรื่องการเลิกจ้างพนักงานทดลองงาน ฝ่ายลูกจ้างมักยกข้อต่อสู้ดังนี้
ในทางคดี ฝ่ายลูกจ้างไม่ต้องชนะทุกข้อ — แค่บางข้อก็ทำให้บริษัทต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ได้
ลำดับขั้นตอนที่ปลอดภัยที่สุด
🚩 สัญญาณที่ควรปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจ
ทีมทนายความด้านแรงงานของไทยธนา ลอว์เฟิร์ม ให้คำปรึกษาและบริการในเรื่องเหล่านี้
ถ้าเลิกจ้างในวันที่ 119 หรือก่อนหน้า ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย แต่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17 วรรคสอง ถ้าไม่บอกล่วงหน้า ต้องจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าว (ค่าตกใจ) เท่ากับค่าจ้างในระยะเวลาที่ควรบอก
ต้องจ่าย เพราะเข้าเงื่อนไข "ทำงานติดต่อกันครบ 120 วัน" ตามกฎหมาย ค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน (กรณีไม่ใช่ความผิดร้ายแรง)
ไม่มีผล — เพราะเป็นข้อตกลงที่ขัดต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ลูกจ้างยังคงมีสิทธิ์ทั้งค่าตกใจและค่าชดเชยตามกฎหมาย เพราะกฎหมายแรงงานเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จะตกลงให้ลูกจ้างสละสิทธิ์ล่วงหน้าไม่ได้
ขึ้นอยู่กับว่าเป็นสัญญากำหนดเวลาแท้จริงหรือไม่ ถ้าในสัญญาไม่มีเงื่อนไขให้เลิกก่อนกำหนด เลิกจ้างก่อนถือว่าผิดสัญญา ลูกจ้างอาจฟ้องเรียกค่าจ้างที่เหลือจนครบสัญญาได้ แต่ถ้าสัญญาเปิดช่องให้เลิกก่อนได้ ก็ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย
ต้องบอก เพราะเป็นสัญญาไม่กำหนดระยะเวลา ลูกจ้างต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17 วรรคสอง เช่นเดียวกัน ในทางปฏิบัติบริษัทมักไม่เรียกร้องค่าเสียหาย แต่ในทางกฎหมายมีหน้าที่อยู่
ทำได้ในทางบริหาร แต่ในทางกฎหมาย "ไม่เข้ากับวัฒนธรรม" ไม่ใช่ความผิดร้ายแรง ดังนั้นยังต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและ (ถ้าครบ 120 วัน) จ่ายค่าชดเชย ที่สำคัญ ต้องระวังว่าเหตุผลนี้จะถูกตีความเป็น "เลือกปฏิบัติ" หรือไม่ ถ้าใช้กับลูกจ้างเฉพาะกลุ่ม
มี ในแนวฎีกาเดิม ถ้าต่อสัญญาซ้ำหลายรอบในงานลักษณะเดียวกัน ศาลอาจมองว่าเป็น "การหลีกเลี่ยงการให้ค่าชดเชย" และตีความเป็นสัญญาไม่กำหนดเวลา หรืออาจรวมอายุงานทั้งหมดเพื่อคำนวณค่าชดเชย — ต้องปรึกษาทนายเป็นรายกรณี
การเข้าใจประเภทของสัญญาจ้างแรงงานให้ถูกต้อง ไม่ใช่เรื่องเทคนิคของฝ่ายกฎหมาย — เป็นเรื่องที่ HR และเจ้าของกิจการต้องรู้ตั้งแต่วันแรก
3 หัวใจที่ต้องจำ:
หลายคดีไม่ได้แพ้เพราะ "ตัดสินใจผิด" — แต่แพ้เพราะ "ขั้นตอนผิด" หรือ "นับวันผิด" บริษัทที่ลดความเสี่ยงเรื่องนี้ได้ตั้งแต่วันแรก จะประหยัดทั้งเงิน เวลา และชื่อเสียง
ต้องการให้ทนายตรวจสัญญาจ้างหรือกระบวนการเลิกจ้างพนักงานทดลองงานของบริษัท?
ถ้าคุณกำลังจะร่างสัญญาจ้าง วางระบบประเมินผลงานช่วงทดลองงาน หรือมีคดีจากการเลิกจ้างที่ต้องการคำปรึกษา สามารถติดต่อสำนักงานกฎหมายไทยธนา ลอว์เฟิร์ม ได้ครับ
ทีมทนายความของเราพร้อมช่วย:
📞 โทร: 063-210-6492 ✉️ อีเมล: [email protected] 💬 LINE: https://page.line.me/thaitanalawfirm
บทความนี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะคดี เพราะแต่ละกรณีต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานประกอบ ผลของแต่ละคดีขึ้นอยู่กับรายละเอียดเฉพาะตัว ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินคดีของคุณโดยตรง
ผู้เขียน: ทีมทนายความไทยธนา ลอว์เฟิร์ม | สาขาที่เชี่ยวชาญ: คดีแรงงาน สัญญาธุรกิจ เผยแพร่: 21 พฤษภาคม 2569 อัพเดทล่าสุด: 21 พฤษภาคม 2569
Powered by Froala Editor