แยก “อ่านข้อความ” ออกจาก “ลงมือทำงาน” แล้วกำหนดทางอนุมัติให้ตรวจสอบได้
หกโมงเย็นทีมเลิกงานแล้ว แต่หัวหน้าส่ง LINE ให้แก้สไลด์สำหรับประชุมเช้า ลูกจ้างใช้เวลาอีกชั่วโมงครึ่งแก้ไฟล์และส่งกลับ วันสิ้นเดือน HR บอกว่าไม่มีใบอนุมัติ OT จึงจ่ายไม่ได้ เรื่องนี้ไม่จบด้วยการดูว่าแชตส่งกี่โมง ต้องดูว่าใครสั่ง งานที่ทำคืออะไร ใช้เวลาเท่าไร และบริษัทกำหนดวิธีอนุมัติไว้สอดคล้องกับการทำงานจริงหรือไม่
ข้อความหลังเลิกงานไม่ทำให้เกิด OT ทุกครั้ง แต่ถ้าเป็นคำสั่งให้ลงมือทำงานเกินเวลาปกติ ประเด็นค่าล่วงเวลาต้องพิจารณาจากงานและเวลาที่ทำจริง มาตรา 24 วางหลักเรื่องความยินยอมก่อนทำ OT เป็นคราว ๆ ไป และมาตรา 61 วางหลักค่าล่วงเวลา ข้อบังคับควรมีช่องอนุมัติที่ใช้ได้จริง ไม่ใช่มีแบบฟอร์มที่หัวหน้าไม่เคยใช้
ส่งข้อมูลไว้ให้อ่านวันถัดไป: หัวหน้าส่งไฟล์พร้อมระบุว่าไม่ต้องตอบคืนนี้ ลักษณะนี้ต่างจากการสั่งให้ทำงานทันที
ขอคำตอบสั้น ๆ: การตอบรับข้อความเพียงครั้งเดียวต้องดูข้อเท็จจริง ไม่ควรเหมารวมว่าเป็นชั่วโมง OT เต็มชั่วโมง และไม่ควรเหมารวมว่าไม่มีการทำงานเลย
สั่งให้ทำงานจนเสร็จ: เช่น แก้รายงาน ตรวจสัญญา ติดต่อสินค้าเร่งด่วน แล้วส่งผลลัพธ์ในคืนนั้น ต้องตรวจช่วงเวลาทำงานจริงและผู้มีอำนาจสั่ง การติดป้าย “ไม่อนุมัติ OT” ย้อนหลังอาจไม่ตอบโจทย์เมื่อบริษัทรับงานที่ทำไปแล้ว
มาตรา 23 ให้ประกาศเวลาทำงานปกติ มาตรา 24 วางหลักว่าการให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวันทำงานต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อนเป็นคราว ๆ ไป เว้นแต่กรณีที่กฎหมายกำหนด และมาตรา 61 กำหนดค่าล่วงเวลาในวันทำงานไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงตามชั่วโมงที่ทำจริง ทั้งนี้สิทธิรับ OT ของบางตำแหน่งหรือบางลักษณะงานอาจมีข้อยกเว้นตามกฎหมาย จึงต้องตรวจหน้าที่จริง ไม่ใช้ชื่อ “Manager” เป็นคำตอบสำเร็จรูป
สำหรับลูกจ้างที่ตกลงทำงานจากบ้านหรือผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศตามมาตรา 23/1 กฎหมายเปิดให้ทำข้อตกลงเป็นหนังสือหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยอาจระบุเวลาทำงาน เวลาพัก และหลักเกณฑ์ OT พร้อมให้สิทธิปฏิเสธการติดต่อหลังสิ้นสุดเวลาทำงานปกติหรือหลังงานที่มอบหมายเสร็จ เว้นแต่ลูกจ้างยินยอมเป็นหนังสือล่วงหน้า บทนี้มีเงื่อนไขเรื่องรูปแบบการทำงาน จึงไม่ควรอ้างว่าเป็นกฎตัดการติดต่อของพนักงานทุกคนโดยไม่ตรวจข้อตกลง
มาตรา 108 กำหนดให้สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างรวมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปต้องมีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน โดยมีหลักเกณฑ์การทำงานล่วงเวลาและวันหยุดอยู่ในหัวข้อขั้นต่ำ ส่วนรายละเอียดการใช้ LINE อาจอยู่ในนโยบายหรือคู่มือที่เชื่อมกับข้อบังคับและสัญญาจ้าง ไม่ควรเขียนข้อความที่ขัดกัน
กำหนดให้ชัดว่าใครสั่ง OT ได้ ขอความยินยอมอย่างไร บันทึกเริ่มและเลิกงานช่องไหน กรณีฉุกเฉินที่ขออนุมัติในระบบไม่ทันให้ยืนยันย้อนหลังอย่างไร และหัวหน้าต้องปิดงานเวลาใด ประโยค “ไม่อนุมัติ OT หากไม่มีแบบฟอร์ม” อย่างเดียวไม่ช่วย หากวัฒนธรรมจริงคือหัวหน้าสั่งในแชตแล้วให้ส่งงานคืนนั้น
สำหรับการส่งข้อมูลที่ไม่ต้องทำทันที ให้หัวหน้าเขียนกำกับว่า “สำหรับพรุ่งนี้ ไม่ต้องตอบนอกเวลางาน” เมื่อจำเป็นต้องทำทันที ให้ใช้ขั้นตอนขอความยินยอมและบันทึกเวลา อย่าส่งข้อความกึ่งสั่งกึ่งฝากแล้วปล่อยให้พนักงานเดาเอง
1. อ่าน LINE หลังเลิกงานอย่างเดียวเป็น OT ไหม?
ต้องดูว่ามีการทำงานตามคำสั่งจริงหรือไม่ การเปิดอ่านข้อความเพียงอย่างเดียวไม่ควรถูกเหมารวมเป็นชั่วโมงทำงาน
2. หัวหน้าสั่งในแชต แต่ไม่ได้กรอกใบ OT บริษัทไม่ต้องจ่ายใช่ไหม?
ไม่ควรสรุปเช่นนั้น ต้องตรวจคำสั่ง งานที่ทำจริง การรับรู้ของบริษัท และหลักฐานเวลา
3. เขียนในสัญญาว่าเงินเดือนรวม OT แล้วพอไหม?
ต้องตรวจสิทธิตามกฎหมายและลักษณะงานจริง การเขียนประโยคเดียวไม่อาจตัดสิทธิที่กฎหมายคุ้มครอง
4. สิทธิปฏิเสธการติดต่อหลังงานตามมาตรา 23/1 ใช้กับใคร?
ใช้ในกรอบข้อตกลงการทำงานจากบ้านหรือผ่านเทคโนโลยีตามมาตรานั้น และมีข้อยกเว้นเรื่องความยินยอมเป็นหนังสือล่วงหน้า
5. หากต้องแก้งานด่วนจริง บริษัทควรทำอย่างไร?
กำหนดผู้สั่งงาน ขอความยินยอมตามหลักมาตรา 24 บันทึกช่วงเวลาทำงาน และจ่ายค่าตอบแทนตามสิทธิ
คู่มือออกแบบสัญญาจ้างและข้อบังคับ · ข้อบังคับการทำงานต้องมีอะไร · บริการร่างข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
กฎหมายอ้างอิง: พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 23, 24, 61 และ 108 (กระทรวงแรงงาน) · พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 8) มาตรา 23/1 (ราชกิจจานุเบกษา)
ไทยธนา ลอว์เฟิร์ม รับตรวจ ร่าง และแก้ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน สัญญาจ้าง และนโยบายอนุมัติ OT ให้ตรงกับวิธีทำงานจริง
โทร 063-210-6492 · อีเมล [email protected] · LINE
บทความนี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะคดี เพราะแต่ละกรณีต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานประกอบ
Powered by Froala Editor