บ่ายวันหนึ่ง HR เรียกเข้าห้องแล้วบอกสั้น ๆ ว่า "คุณไม่ผ่านทดลองงานนะ วันนี้เป็นวันสุดท้าย" — คำถามที่วิ่งเข้ามาทันทีคือ ไม่ผ่านทดลองงานแบบนี้ได้เงินอะไรบ้าง มี ค่าตกใจ ไหม ค่าชดเชยล่ะ หรือออกมือเปล่า และในอีกฝั่งของโต๊ะ เจ้าของกิจการกับ HR ก็มีคำถามที่หนักไม่แพ้กัน — "จะแจ้งไม่ผ่านโปรอย่างไรให้ถูกกฎหมาย ไม่ให้กลายเป็นคดีย้อนกลับมา"
คำตอบสั้นที่สุดคือ การไม่ผ่านทดลองงานถือเป็น "การเลิกจ้าง" ตามกฎหมาย ไม่ใช่สัญญาที่จบไปเองเฉย ๆ และนั่นทำให้เกิดสิทธิและหน้าที่ตามมาทันที บทความนี้แยกให้ชัดว่าเงินก้อนไหนได้ ก้อนไหนไม่ได้ ทำไม HR ถึงชอบตัวเลข "119 วัน" ตัวเลขนั้นใช้ได้จริงแค่ไหน และปิดท้ายด้วยขั้นตอนการแจ้งไม่ผ่านโปรที่ถูกกฎหมายแบบใช้ได้จริง
📌 สรุปคำตอบสั้น ๆ ก่อน
1. กฎหมายถือว่า สัญญาจ้างทดลองงานเป็นสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา การแจ้งไม่ผ่านโปรจึงเป็น "การเลิกจ้าง" ไม่ใช่สัญญาสิ้นสุดเอง
2. ค่าตกใจ (ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า): ได้ ถ้านายจ้างให้ออกทันทีโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า — ได้แม้ทำงานยังไม่ถึง 120 วัน เพราะเป็นคนละเงื่อนไขกับค่าชดเชย
3. ค่าชดเชย: ได้ต่อเมื่อทำงานติดต่อกันครบ 120 วันขึ้นไป (ขั้นแรกคือ 30 วันของค่าจ้าง) ถ้ายังไม่ครบ 120 วัน ยังไม่มีสิทธิค่าชดเชย
4. "ทดลองงาน 119 วัน" ไม่ใช่กติกาที่กฎหมายเขียนไว้ — เป็นการนับถอยหลังจากเกณฑ์ 120 วันของค่าชดเชย ใช้เลี่ยงค่าชดเชยได้ แต่เลี่ยงค่าตกใจไม่ได้
5. ฝั่ง HR: ถ้าบอกกล่าวเป็นหนังสือให้ครบหนึ่งรอบจ่ายค่าจ้าง แล้วให้ทำงานถึงวันที่มีผลจริง ก็ไม่ต้องจ่ายค่าตกใจเลยอย่างถูกกฎหมาย
| เงินที่เกี่ยวข้อง | ทำงานยังไม่ครบ 120 วัน | ทำงานครบ 120 วันขึ้นไป |
| ค่าตกใจ / ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า | ได้ — ถ้าถูกให้ออกทันทีโดยไม่บอกล่วงหน้า | ได้ — เงื่อนไขเดียวกัน |
| ค่าชดเชย (ม.118) | ไม่ได้ (ยังไม่ครบเกณฑ์) | ได้ — ขั้นแรก 30 วันของค่าจ้าง |
| ค่าจ้างค้างจ่าย / OT ค้าง | ได้ ทุกกรณี | ได้ ทุกกรณี |
| เงินประกันการทำงาน (ถ้าเคยเก็บ) | ต้องคืน | ต้องคืน |
| สิทธิว่างงาน ประกันสังคม | ได้ ถ้าเข้าเงื่อนไขการส่งเงินสมทบตามที่ประกันสังคมกำหนด — กรณี "ถูกเลิกจ้าง" ได้อัตราสูงกว่ากรณีลาออก | |
บรรทัดที่สำคัญที่สุดในตารางคือบรรทัดแรก — ค่าตกใจได้ทั้งสองช่อง ไม่ว่าจะทำงานมากี่วัน นี่คือจุดที่ทั้งลูกจ้างและ HR จำนวนมากเข้าใจผิด และเป็นสาเหตุของคดีแรงงานจากช่วงทดลองงานเกือบทั้งหมด

119 วันตัดได้แค่ค่าชดเชย แต่ตัดหน้าที่บอกกล่าวล่วงหน้าไม่ได้
หลายบริษัทตั้งระยะทดลองงานไว้ที่ 119 วันแบบเป๊ะ ๆ จนหลายคนนึกว่าเป็นตัวเลขที่กฎหมายกำหนด — ความจริงคือ กฎหมายไม่ได้เขียนตัวเลข 119 วันไว้เลย ที่มาของมันคือมาตรา 118 ซึ่งกำหนดว่าลูกจ้างที่ทำงาน ติดต่อกันครบ 120 วันขึ้นไป แล้วถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด จึงจะมีสิทธิได้ค่าชดเชย นายจ้างบางส่วนจึงตั้งโปรไว้ 119 วัน เพื่อ "ตัดจบก่อนเข้าเกณฑ์" หนึ่งวันพอดี
สิ่งที่ 119 วันทำได้: ทำให้ยังไม่เกิดสิทธิ ค่าชดเชย ตามมาตรา 118 (เพราะยังไม่ครบ 120 วัน) — ตรงนี้ถูกต้องตามกฎหมาย
สิ่งที่ 119 วันทำไม่ได้: ไม่ได้ยกเว้นหน้าที่บอกกล่าวล่วงหน้า ถ้าให้ออกทันทีในวันที่ 119 โดยไม่บอกล่วงหน้า นายจ้างยังต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าว (ค่าตกใจ) อยู่ดี
กับดักที่ทำให้พลาดบ่อย: "120 วัน" นับ ต่อเนื่องรวมวันหยุด ไม่ใช่นับเฉพาะวันทำงาน — HR ที่นับเป็นวันทำงานมักเผลอปล่อยเลยเกณฑ์ และถ้าปล่อยให้ทำงานเลย 120 วันแล้วค่อยแจ้งไม่ผ่าน ต้องจ่ายค่าชดเชย 30 วันเพิ่มทันที เช่นเดียวกับการ "ต่อโปร" ที่ทำให้อายุงานเดินต่อโดยไม่รีเซ็ต
พูดให้ตรงคือ ตัวเลข 119 วันช่วยประหยัดได้เพียงก้อนเดียว และช่วยได้ก็ต่อเมื่อนับวันถูกจริง ๆ เท่านั้น ส่วนอีกก้อนหนึ่งยังต้องจ่ายเสมอถ้าให้ออกทันที — วิธีเดียวที่จะไม่ต้องจ่ายค่าตกใจอย่างถูกกฎหมาย ไม่ใช่การเล่นกับตัวเลขวัน แต่คือการ "บอกกล่าวล่วงหน้าให้ครบรอบ" ซึ่งจะอธิบายในหัวข้อสำหรับ HR ด้านล่าง
เข้าใจผิดที่ 1: "ยังทดลองงานอยู่ เลิกจ้างได้เลย ไม่ต้องจ่ายอะไรทั้งนั้น"
ความจริงทางกฎหมาย: กฎหมายถือว่าสัญญาจ้างทดลองงานเป็นสัญญาไม่มีกำหนดระยะเวลา จึงต้องบอกกล่าวล่วงหน้า หรือจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวเสมอ แม้ทำงานเพียงไม่กี่สัปดาห์
ผลเสียถ้าเชื่อต่อไป: ลูกจ้างออกมือเปล่าทั้งที่มีสิทธิ / นายจ้างถูกร้องพนักงานตรวจแรงงานหรือฟ้องพร้อมดอกเบี้ย
เข้าใจผิดที่ 2: "ไม่ผ่านโปรคือสัญญาจบเอง ไม่ใช่การเลิกจ้าง"
ความจริงทางกฎหมาย: การแจ้งไม่ผ่านทดลองงานคือการที่นายจ้างบอกเลิกสัญญา = การเลิกจ้าง ซึ่งเปิดสิทธิเรื่องเงินและอาจถูกโต้แย้งเรื่องความเป็นธรรมได้
ผลเสียถ้าเชื่อต่อไป: HR ไม่ทำเอกสารเลิกจ้างให้ถูกต้อง แล้วเสียเปรียบเมื่อขึ้นศาล
เข้าใจผิดที่ 3: "ไม่ผ่านโปร = ลูกจ้างมีความผิด เลยไม่ต้องจ่าย"
ความจริงทางกฎหมาย: "ผลงานไม่ถึงเกณฑ์" เป็นคนละเรื่องกับ "ความผิดร้ายแรง" ตามมาตรา 119 (เช่น ทุจริต จงใจทำให้เสียหาย) การไม่ผ่านประเมินตามปกติจึงไม่ตัดสิทธิเงินที่กฎหมายกำหนด
ผลเสียถ้าเชื่อต่อไป: นายจ้างอ้างเหตุร้ายแรงทั้งที่หลักฐานไม่ถึง แล้วต้องจ่ายย้อนหลังพร้อมดอกเบี้ย
เข้าใจผิดที่ 4: "เขียนใบลาออกให้ดีกว่า จะได้ไม่เสียประวัติ"
ความจริงทางกฎหมาย: ใบลาออกตัดสิทธิค่าตกใจทันที และลดสิทธิว่างงานประกันสังคมจากกรณีเลิกจ้างเหลือกรณีลาออก ส่วนการไม่ผ่านโปรไม่ใช่ "ประวัติเสีย" อย่างที่ถูกขู่
ผลเสียถ้าเชื่อต่อไป: แลกเงินที่กฎหมายคุ้มครองกับความสบายใจที่ไม่มีอยู่จริง
⚖️ เลนส์ทนายไทยธนา
คนทั่วไปมักเข้าใจว่า... ช่วงทดลองงานคือ "เขตปลอดกฎหมาย" — นายจ้างเลิกจ้างได้ตามใจ ลูกจ้างไม่มีสิทธิอะไร และตัวเลข 119 วันคือเกราะกันคดีของบริษัท
แต่ในทางคดี ศาลและกฎหมายมักมองว่า... ทดลองงานเป็นสัญญาจ้างเต็มรูปแบบชนิดหนึ่ง เพียงแต่มีช่วงประเมิน กฎหมายจึงคุ้มครองการ "ออกจากงาน" ไม่ต่างจากพนักงานประจำ — 119 วันตัดได้แค่ค่าชดเชย ตัดหน้าที่บอกกล่าวล่วงหน้าไม่ได้ และถ้าเหตุที่อ้างว่าไม่ผ่านโปรฟังไม่ขึ้น มีอคติ หรือกลั่นแกล้ง ก็ยังถูกโต้แย้งเรื่องความเป็นธรรมของการเลิกจ้างได้
จุดเสี่ยงจริงอยู่ตรงนี้... ฝั่งลูกจ้าง — ยอมรับคำว่า "ไม่ผ่านโปร" แล้วเดินออกเงียบ ๆ ทั้งที่ยังมีเงินอย่างน้อยหนึ่งก้อนที่ต้องได้ ฝั่งนายจ้าง — พลาดที่ "กระบวนการ" ไม่ใช่ที่ "สิทธิ" คือมีสิทธิไม่ให้ผ่านโปรจริง แต่ไม่มีเอกสารประเมิน ไม่เคยแจ้งเตือนระหว่างทาง แล้วมาบอกวันสุดท้ายว่าให้ออกวันนี้เลย — เอกสารที่ขาดหายกลายเป็นพยานฝ่ายตรงข้ามทั้งหมด
ทางเลือกที่ควรทำต่อคือ... ลูกจ้าง — อย่าเซ็นใบลาออก ขอหนังสือแจ้งผลเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วคำนวณค่าตกใจตามรอบจ่ายค่าจ้างก่อนตกลงรับเงิน นายจ้าง/HR — เปลี่ยนจาก "เล่นกับวันที่ 119" มาเป็น "บอกกล่าวล่วงหน้าให้ครบรอบ + มีเอกสารประเมินรองรับ" ซึ่งได้ผลเดียวกันในเชิงต้นทุน แต่ปิดความเสี่ยงคดีได้จริง
มาตรา 17 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน — วางหลักว่าสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา ฝ่ายที่จะเลิกสัญญาต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือเมื่อถึงหรือก่อนถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่ง เพื่อให้มีผลเลิกสัญญาในงวดจ่ายค่าจ้างถัดไป และระบุชัดว่า ให้ถือว่าสัญญาจ้างทดลองงานเป็นสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาด้วย — นี่คือมาตราที่ทำให้ลูกจ้างทดลองงานมีสิทธิได้ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า
มาตรา 17/1 — ถ้านายจ้างเลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17 ต้องจ่ายเงินเท่ากับค่าจ้างที่ลูกจ้างควรได้รับ นับแต่วันที่ให้ออกจนถึงวันที่การเลิกจ้างจะมีผล และให้จ่ายในวันที่ให้ออกจากงาน — จำนวนจึงผูกกับรอบจ่ายค่าจ้าง ไม่ใช่ 30 วันตายตัว วิธีนับแบบละเอียดอยู่ใน [[ใส่ URL: ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า มาตรา 17 คิดอย่างไรให้ถูก]] และดูตัวอย่างการคำนวณได้ที่ ค่าตกใจคืออะไร คำนวณยังไงให้ถูกตามมาตรา 17/1
มาตรา 118 — ค่าชดเชยเกิดเมื่อทำงานติดต่อกันครบ 120 วันขึ้นไปและถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด ขั้นแรกคือ 30 วันของค่าจ้างอัตราสุดท้าย (อัตราเต็มทุกขั้นดูได้ที่ [[ใส่ URL: ตารางค่าชดเชยเลิกจ้างตามอายุงาน มาตรา 118]]) ส่วน มาตรา 119 คือเหตุที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ซึ่งเป็นเรื่องความผิดร้ายแรง เช่น ทุจริตต่อหน้าที่ จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย — "ผลงานไม่ถึงเกณฑ์ประเมิน" โดยลำพังไม่ใช่เหตุตามมาตรา 119
และเนื่องจากการไม่ผ่านโปรถือเป็นการเลิกจ้าง ลูกจ้างจึงยังมีช่องทางโต้แย้งว่าเป็น การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ตามมาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ ได้ หากเหตุที่อ้างไม่มีน้ำหนัก เกิดจากอคติ หรือมีพฤติการณ์กลั่นแกล้ง — ในทางปฏิบัติ ศาลยอมรับว่านายจ้างมีอำนาจประเมินและตัดสินใจไม่จ้างต่อได้ แต่จะดูว่ามีเกณฑ์ประเมินและเหตุผลรองรับจริงหรือไม่
ขั้นที่ 1 — เขียนกติกาไว้ล่วงหน้า: ระบุระยะทดลองงาน เกณฑ์การประเมิน และผู้ประเมิน ไว้ในสัญญาจ้างและข้อบังคับการทำงานให้ชัด ตั้งแต่วันแรก
ขั้นที่ 2 — ประเมินเป็นระบบ มีเอกสาร: ใช้แบบประเมินที่วัดผลงานและความประพฤติในการทำงาน ไม่ใช่ความรู้สึกส่วนตัว และควรมีผู้ประเมินมากกว่าหนึ่งคนเพื่อลดข้อครหาเรื่องอคติ
ขั้นที่ 3 — แจ้งเตือนระหว่างทาง: ถ้าผลงานมีปัญหา ให้ feedback เป็นลายลักษณ์อักษรระหว่างช่วงโปร อย่าเงียบทั้ง 4 เดือนแล้วมาบอกวันสุดท้าย — จุดนี้คือสิ่งที่ทำให้คดี "ฟังขึ้น" หรือ "ฟังไม่ขึ้น"
ขั้นที่ 4 — นับวันให้แม่น: เกณฑ์ 120 วันนับต่อเนื่องรวมวันหยุด ไม่ใช่นับเฉพาะวันทำงาน และการต่อโปรไม่ได้รีเซ็ตอายุงาน ถ้าเลย 120 วันแล้ว ต้องเตรียมจ่ายค่าชดเชย 30 วันด้วย
ขั้นที่ 5 — เลือกทางจ่ายให้ถูก: ทางแรก บอกกล่าวเป็นหนังสือก่อนหรือในวันจ่ายค่าจ้าง ให้มีผลในงวดถัดไป แล้วให้ทำงาน (หรือจ่ายค่าจ้างตามปกติ) ถึงวันนั้น = ไม่ต้องจ่ายค่าตกใจ ทางที่สอง ให้ออกทันที = ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวในวันที่ให้ออก
ขั้นที่ 6 — ออกหนังสือแจ้งผลเป็นลายลักษณ์อักษร: ระบุว่าไม่ผ่านการประเมิน เหตุผลตามเกณฑ์ และวันที่มีผล — อย่าใช้วาจาอย่างเดียว และอย่าบีบให้เขียนใบลาออก เพราะเปลี่ยนเรื่องเงินธรรมดาให้กลายเป็นคดีที่หนักกว่าเดิม
ขั้นที่ 7 — เคลียร์เงินให้ครบในวันสุดท้าย: ค่าจ้างค้าง OT ค้าง เงินประกันการทำงานที่ต้องคืน และค่าตกใจ (ถ้าเข้าเงื่อนไข) จ่ายให้ครบ พร้อมเอกสารรับเงินที่ระบุรายการชัดเจน
รากของทั้ง 7 ขั้นอยู่ที่เอกสารตั้งต้น — สัญญาจ้างและข้อบังคับการทำงานที่เขียนเรื่องทดลองงานไว้รัดกุมตั้งแต่แรก ทำให้ขั้นที่เหลือง่ายขึ้นทั้งหมด เราวางระบบเอกสารชุดนี้ไว้ในคู่มือ ออกแบบสัญญาจ้างและข้อบังคับการทำงานให้องค์กรปลอดคดี และเจาะข้อสัญญาที่ต้องมี–ห้ามเขียนไว้ใน สัญญาจ้างงานที่รัดกุม ต้องมีข้อตกลงอะไรบ้าง และ 4 ข้อที่นายจ้างห้ามเขียนเด็ดขาด
✔ อย่าเซ็นใบลาออก — ยืนยันให้ชัดว่านี่คือ "ไม่ผ่านทดลองงาน/เลิกจ้าง" ไม่ใช่การลาออกเอง
✔ ขอหนังสือแจ้งผลเป็นลายลักษณ์อักษร ที่ระบุเหตุผลและวันที่มีผล
✔ นับวันเริ่มงานถึงวันพ้นสภาพ (ต่อเนื่องรวมวันหยุด) ว่าครบ 120 วันหรือยัง — ตัวชี้ว่าได้ค่าชดเชยไหม
✔ ถ้าถูกให้ออกทันทีโดยไม่บอกล่วงหน้า ให้คำนวณค่าตกใจตามรอบจ่ายค่าจ้างของบริษัท
✔ ทวงเงินค้างให้ครบ: ค่าจ้างงวดสุดท้าย OT และเงินประกันการทำงานที่ต้องคืน
✔ ถามตัวเองว่าเหตุที่เขาอ้าง "ไม่ผ่าน" มีเกณฑ์และหลักฐานรองรับไหม เคยมีใครบอกคุณระหว่างทางหรือเปล่า — ถ้าไม่มีเลย คดีของคุณอาจมีน้ำหนักกว่าที่คิด
1. "ยังไม่ครบ 120 วัน เลยไม่ต้องจ่ายอะไรเลย" — จริงเฉพาะเรื่องค่าชดเชย แต่ค่าบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นคนละเงื่อนไข ยังต้องจ่ายถ้าให้ออกทันที
2. "สัญญาเขียนไว้ว่าทดลองงานเลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่ต้องบอกล่วงหน้า" — ข้อตกลงที่ตัดสิทธิขั้นต่ำตามกฎหมายไว้ล่วงหน้า มักใช้บังคับไม่ได้
3. "ลูกจ้างผลงานแย่ ถือว่าผิด เลยไม่ต้องจ่าย" — ต้องแยกให้ออกระหว่างผลงานไม่ถึงเกณฑ์ กับความผิดร้ายแรงตามมาตรา 119 ซึ่งภาระพิสูจน์อยู่ที่นายจ้างและตีความเคร่งครัด
4. "ลูกจ้างตกลงลาออกเองแล้ว" — ถ้าใบลาออกเกิดจากการกดดันหรือทำให้เข้าใจผิด ยังมีช่องโต้แย้งได้ แต่พิสูจน์ย้อนหลังยากกว่าการไม่เซ็นตั้งแต่แรกมาก
1. ถูกแจ้งไม่ผ่านโปรและให้ออกวันนั้นเลย โดยไม่ได้รับค่าบอกกล่าวล่วงหน้า
2. ทำงานเลย 120 วันแล้วแต่บริษัทบอกว่า "ยังอยู่ในช่วงโปร" จึงไม่จ่ายค่าชดเชย
3. ถูกกดดันให้เซ็นใบลาออกแลกกับการ "ไม่เสียประวัติ"
4. เหตุผลที่ไม่ผ่านฟังไม่ขึ้น ไม่เคยมีการประเมินหรือแจ้งเตือนใด ๆ มาก่อน หรือมีพฤติการณ์กลั่นแกล้ง
5. ฝั่งนายจ้าง/HR: กำลังจะแจ้งไม่ผ่านโปร และไม่แน่ใจว่าต้องจ่ายอะไร จ่ายเท่าไหร่ จ่ายวันไหน หรือเอกสารประเมินที่มีอยู่แน่นพอไหม
คดีจากช่วงทดลองงานมักไม่ได้แพ้ที่ "สิทธิ" แต่แพ้ที่ "เอกสาร" ทีมทนายคดีแรงงานของสำนักงานทำงานทั้งสองฝั่ง — ฝั่งลูกจ้าง: ตรวจว่าคุณควรได้เงินก้อนไหนบ้าง คำนวณค่าตกใจตามรอบจ่ายค่าจ้าง ประเมินว่ามีประเด็นเลิกจ้างไม่เป็นธรรมหรือไม่ ร่างหนังสือทวงถาม และดำเนินการร้องพนักงานตรวจแรงงานหรือฟ้องศาลแรงงาน ฝั่งนายจ้างและ HR: ออกแบบข้อสัญญาทดลองงานและแบบประเมินให้รัดกุม วางขั้นตอนแจ้งไม่ผ่านโปรให้ถูกกฎหมาย ตรวจร่างหนังสือแจ้งผลก่อนส่ง และต่อสู้คดีเมื่อถูกฟ้อง
ไม่ผ่านโปร ได้ค่าตกใจไหม
ได้ ถ้านายจ้างให้ออกทันทีโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า เพราะกฎหมายถือว่าสัญญาจ้างทดลองงานเป็นสัญญาไม่มีกำหนดระยะเวลา จึงต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือจ่ายสินจ้างแทน — ได้แม้ทำงานยังไม่ครบ 120 วัน
ไม่ผ่านทดลองงาน ได้ค่าชดเชยไหม
ได้ต่อเมื่อทำงานติดต่อกันครบ 120 วันขึ้นไป (ขั้นแรก 30 วันของค่าจ้างอัตราสุดท้าย) ถ้ายังไม่ครบ 120 วัน ยังไม่มีสิทธิค่าชดเชย แต่ยังมีสิทธิค่าตกใจได้
ทดลองงาน 119 วัน ผิดกฎหมายไหม
การกำหนดระยะทดลองงาน 119 วันทำได้ ไม่ผิดกฎหมายในตัวเอง และทำให้ยังไม่เกิดสิทธิค่าชดเชย แต่ไม่ได้ยกเว้นหน้าที่บอกกล่าวล่วงหน้า ถ้าให้ออกทันทีก็ยังต้องจ่ายค่าตกใจอยู่ดี
เลิกจ้างช่วงทดลองงาน ต้องบอกล่วงหน้ากี่วัน
ไม่ใช่ตัวเลขตายตัว กฎหมายให้บอกกล่าวเป็นหนังสือก่อนหรือในวันจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่ง เพื่อให้มีผลในงวดจ่ายค่าจ้างถัดไป จำนวนวันจึงขึ้นกับรอบจ่ายค่าจ้างของบริษัทและวันที่บอกเลิก
ต่อระยะทดลองงานได้ไหม อายุงานรีเซ็ตหรือเปล่า
ต่อโปรได้ถ้าตกลงกัน แต่ อายุงานไม่รีเซ็ต ยังนับต่อเนื่องจากวันเริ่มงานเดิม ดังนั้นถ้าต่อโปรจนเลย 120 วันแล้วค่อยแจ้งไม่ผ่าน นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยด้วย
ไม่ผ่านโปร ฟ้องเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้ไหม
มีช่องทางฟ้องได้ เพราะการไม่ผ่านโปรถือเป็นการเลิกจ้าง แต่ผลจะขึ้นกับว่านายจ้างมีเกณฑ์ประเมินและเหตุผลรองรับหรือไม่ ถ้าเหตุฟังไม่ขึ้น มีอคติ หรือกลั่นแกล้ง โอกาสของลูกจ้างจะสูงขึ้น ควรให้ทนายประเมินจากข้อเท็จจริงจริงเป็นรายกรณี
ไม่ผ่านโปร ได้เงินว่างงานจากประกันสังคมไหม
ได้ ถ้าส่งเงินสมทบเข้าเงื่อนไขที่ประกันสังคมกำหนด และกรณี "ถูกเลิกจ้าง" ได้อัตราสูงกว่ากรณีลาออก — นี่คือเหตุผลสำคัญที่ไม่ควรยอมเซ็นใบลาออก ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับสำนักงานประกันสังคมอีกครั้ง
ช่วงทดลองงานไม่ใช่เขตปลอดกฎหมาย การไม่ผ่านโปรคือการเลิกจ้าง และกติกาสองข้อที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ ค่าชดเชยผูกกับเกณฑ์ 120 วัน ส่วนค่าตกใจผูกกับ "การบอกกล่าวล่วงหน้า" ไม่ผูกกับจำนวนวันที่ทำงาน ตัวเลข 119 วันจึงตัดได้แค่ก้อนเดียว ไม่ใช่ทั้งสองก้อน ลูกจ้างที่รู้เรื่องนี้จะไม่เดินออกมือเปล่า และนายจ้างที่รู้เรื่องนี้จะเลิกใช้วิธีเล่นกับปฏิทิน แล้วหันมาทำสิ่งที่ปลอดภัยกว่าและถูกกว่าในระยะยาว — บอกกล่าวให้ครบรอบ ประเมินให้มีเอกสาร และแจ้งผลเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะในคดีทดลองงาน คนที่ชนะไม่ใช่คนที่นับวันเก่งกว่า แต่คือคนที่มีเอกสารครบกว่า
🔗 บทความที่เกี่ยวข้อง
• ออกแบบสัญญาจ้างและข้อบังคับการทำงานให้องค์กรปลอดคดี (คู่มือเสาหลัก)
• สัญญาจ้างกำหนดเวลา VS ไม่กำหนดเวลา และพนักงานทดลองงาน
• สัญญาจ้างงานที่รัดกุม ต้องมีข้อตกลงอะไรบ้าง และ 4 ข้อที่นายจ้างห้ามเขียนเด็ดขาด
• 4 ประเด็นเสี่ยงในสัญญาจ้างงาน: ย้ายที่ทำงาน WFH เงินประกัน และค่าอบรม
📞 ถูกแจ้งไม่ผ่านโปร หรือกำลังจะแจ้งไม่ผ่านโปร — ให้ทนายแรงงานตรวจก่อนตัดสินใจ
ปรึกษากฎหมายเบื้องต้นฟรี — กรอกแบบฟอร์มหรือติดต่อทุกช่องทาง ทนายโทรกลับภายใน 24 ชั่วโมง (รีวิว Google 4.9/5 จากลูกความกว่า 100 ราย)
โทรสายด่วน: 063-210-6492
อีเมล: [email protected]
LINE: แอดไลน์ปรึกษาทนาย @thaitanalawfirm
บทความนี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะคดี เพราะแต่ละกรณีต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานประกอบ
Powered by Froala Editor
Powered by Froala Editor