ดีไซเนอร์ส่งไฟล์งานให้ลูกค้าเสร็จแล้วลาออก เดือนต่อมาบริษัทต้องแก้แบบเดิมเพื่อทำแคมเปญใหม่ แต่สัญญาจ้างไม่มีข้อความเรื่องลิขสิทธิ์ และไฟล์ต้นฉบับอยู่ในบัญชีส่วนตัวของพนักงาน คำถามจึงไม่ได้มีเพียงว่าใครถือไฟล์อยู่ บริษัทต้องแยกให้ได้ว่าใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ใครมีสิทธิใช้ผลงาน และใครมีหน้าที่ส่งมอบไฟล์งาน
สำหรับงานที่ลูกจ้างสร้างขึ้นในฐานะพนักงาน มาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์วางหลักไว้ชัด: ถ้าไม่มีข้อตกลงเป็นหนังสือไว้เป็นอย่างอื่น ลิขสิทธิ์เป็นของผู้สร้างสรรค์ แต่นายจ้างมีสิทธินำงานออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนตามวัตถุประสงค์ของการจ้าง หลักนี้ทำให้ประโยคว่า "จ่ายเงินเดือนแล้วงานเป็นของบริษัททั้งหมด" ใช้แทนการตรวจสัญญาไม่ได้
งานลิขสิทธิ์ที่ลูกจ้างสร้างในหน้าที่ไม่ได้ตกเป็นของนายจ้างโดยอัตโนมัติ หากบริษัทต้องการเป็นเจ้าของ ควรทำข้อตกลงเป็นหนังสือ ระบุขอบเขตงาน สิทธิที่ตกลงกัน วิธีส่งมอบไฟล์ และการใช้ผลงานเดิมของพนักงานให้ชัด อย่าสับสนระหว่างลิขสิทธิ์กับการครอบครองเครื่องคอมพิวเตอร์หรือบัญชีที่เก็บไฟล์
เรื่องนี้ต่างจากการตรวจสัญญาจ้างทั่วไป เพราะทรัพย์สินที่มีปัญหาไม่ใช่โต๊ะทำงานหรือโน้ตบุ๊ก แต่เป็นสิทธิในผลงานที่บริษัทอาจต้องแก้ ทำซ้ำ ส่งต่อให้ลูกค้า หรือใช้ในผลิตภัณฑ์ต่ออีกหลายปี หากกำลังตรวจเอกสารทั้งระบบ อ่าน คู่มือออกแบบสัญญาจ้างและข้อบังคับการทำงาน ประกอบ
มาตรา 9 ใช้กับงานที่สร้างขึ้นในฐานะพนักงานหรือลูกจ้าง ส่วนมาตรา 10 วางหลักเรื่องงานที่ทำโดยการรับจ้างบุคคลอื่น โดยให้ผู้ว่าจ้างเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ เว้นแต่ตกลงกันเป็นอย่างอื่น ชื่อไฟล์ว่า "Employment Contract" หรือ "Freelance Agreement" ไม่ได้ตัดสินความสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว ต้องดูการทำงานจริงด้วย
บริษัทจำนวนหนึ่งมีทีมประจำและฟรีแลนซ์ร่วมทำชิ้นเดียวกัน เช่น พนักงานเขียนข้อความ ส่วนช่างภาพภายนอกถ่ายภาพ สัญญาของพนักงานไม่อาจไปจัดการสิทธิของช่างภาพแทนได้ ฝ่ายที่รับงานจากลูกค้าจึงต้องทำแผนที่สิทธิแยกตามผู้สร้างและต้นทางของภาพ เสียง ฟอนต์ หรือโค้ดที่นำมาใช้ หากยังไม่แน่ใจสถานะผู้ทำงาน อ่าน ความต่างระหว่างสัญญาจ้างแรงงานกับจ้างทำของ ก่อน
"ทำในเวลางานจึงเป็นของบริษัท" เวลาหรืออุปกรณ์ที่ใช้เป็นข้อเท็จจริงสำคัญ แต่หลักตามมาตรา 9 ยังต้องดูว่ามีข้อตกลงเป็นหนังสือหรือไม่ บริษัทควรระบุประเภทงานที่อยู่ในหน้าที่และสิทธิที่ตกลงให้ชัด แทนการอาศัยข้อสันนิษฐานจากเวลาเข้างาน
"บริษัทมีไฟล์ต้นฉบับแล้วจึงมีลิขสิทธิ์" การเก็บไฟล์ไว้ในเซิร์ฟเวอร์เป็นเรื่องการครอบครองและการเข้าถึง ส่วนลิขสิทธิ์เป็นสิทธิในงานสร้างสรรค์ การย้ายไฟล์ไม่ได้เปลี่ยนเจ้าของสิทธิด้วยตัวเอง
"เขียนว่าผลงานทุกอย่างเป็นของบริษัทก็พอ" ถ้อยคำกว้างอาจลากงานส่วนตัวที่พนักงานทำก่อนเข้าทำงานหรือทำโดยไม่เกี่ยวกับหน้าที่เข้ามาด้วย ข้อพิพาทจะย้ายไปอยู่ที่คำว่า "ทุกอย่าง" ครอบคลุมอะไร และพนักงานทราบขอบเขตตั้งแต่เมื่อใด
คนทั่วไปมักเข้าใจว่า... การจ่ายเงินเดือนทำให้บริษัทเป็นเจ้าของงานทุกชนิดที่พนักงานสร้าง
แต่ในทางกฎหมายต้องดูว่า... งานนั้นสร้างในฐานะลูกจ้างหรือไม่ และมีข้อตกลงเป็นหนังสือเปลี่ยนหลักตามมาตรา 9 หรือเปล่า
จุดเสี่ยงจริงอยู่ตรงนี้... บริษัทขายสิทธิให้ลูกค้าไปแล้ว แต่เอกสารภายในไม่แสดงว่าบริษัทได้สิทธิจากผู้สร้างและผู้ให้วัสดุต้นทางอย่างไร
ทางเลือกที่ควรทำต่อคือ... ตรวจสายสิทธิของงานแต่ละประเภท แล้วร่างข้อสัญญาให้สอดคล้องกับการส่งมอบจริง
เริ่มจากนิยาม "งานที่สร้างในหน้าที่" ให้สัมพันธ์กับ JD หรือคำสั่งงานที่ตรวจสอบได้ เช่น แบบกราฟิก โค้ด บทความ คู่มือ ภาพถ่าย หรือฐานข้อมูลที่เข้าเกณฑ์งานสร้างสรรค์ตามกฎหมาย ระบุว่าจะใช้ข้อสัญญากับงานที่ทำคนเดียว งานร่วม และงานที่แก้จากของเดิมอย่างไร ถ้าพนักงานนำเครื่องมือหรือผลงานที่มีมาก่อนมาใช้ ให้ทำรายการแยกไว้
หากใช้รูปแบบโอนลิขสิทธิ์ ต้องตรวจมาตรา 17 ด้วย การโอนที่ไม่ใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน และควรกำหนดระยะเวลาให้ชัด เพราะหากไม่กำหนด กฎหมายให้ถือว่าโอนสิบปี สัญญาควรบอกด้วยว่าบริษัทมีสิทธิทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ หรือให้ลูกค้าใช้ต่อในขอบเขตใด การเขียนแค่ว่า "ยินยอมให้ใช้" กับ "โอนลิขสิทธิ์" ให้ผลต่างกัน
งานที่นำไปทำเว็บไซต์หรือแอปยังต้องระบุวิธีส่งมอบ source file, repository, สิทธิผู้ดูแลระบบ และเอกสารประกอบ ไม่ควรปล่อยให้กุญแจเข้าถึงงานอยู่กับบัญชีส่วนตัวคนเดียว ส่วนเรื่องการนำผลงานไปลง portfolio ควรแยกจากความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และข้อมูลลับของลูกค้า กำหนดว่าขออนุญาตจากใคร เปิดเผยได้เมื่อใด และต้องปิดข้อมูลใดก่อน
การรับงานจากทีมครีเอทีฟควรเชื่อมกับ หลักร่างสัญญาจ้างที่ใช้ได้จริง และการรักษาข้อมูลลูกค้า ไม่ควรเอาข้อความ NDA มาทดแทนข้อตกลงเรื่องเจ้าของลิขสิทธิ์ เพราะสองเรื่องคุ้มครองคนละสิทธิ
✔ ระบุว่าตำแหน่งใดมีหน้าที่สร้างงานประเภทใด และใครสั่งงาน
✔ ตรวจว่ามีข้อตกลงเป็นหนังสือเรื่องลิขสิทธิ์ พร้อมลายมือชื่อคู่สัญญา
✔ แยกงานเดิมของพนักงานและวัสดุของบุคคลภายนอกออกจากงานที่บริษัทว่าจ้างให้ทำ
✔ ตรวจระยะเวลาและขอบเขตสิทธิเมื่อใช้การโอนลิขสิทธิ์
✔ กำหนดบัญชีเก็บไฟล์ เวอร์ชันงาน และขั้นส่งมอบเมื่อเปลี่ยนทีม
✔ ตรวจสัญญาลูกค้าว่าบริษัทรับปากส่งสิทธิอะไรไปบ้าง
✔ กำหนดกติกา portfolio โดยไม่เปิดเผยข้อมูลลับหรือไฟล์ที่ยังไม่เผยแพร่
✔ จัดขั้นตอนเมื่อมีผลงานร่วมกับฟรีแลนซ์หรือผู้รับจ้างภายนอก
พนักงานอาจบอกว่างานนั้นเริ่มก่อนวันจ้าง หรือทำเป็นงานส่วนตัวนอกหน้าที่ บริษัทจึงควรเก็บ brief, ticket งาน, ประวัติแก้ไข และหลักฐานส่งมอบตามปกติ ไม่ใช่สร้างเอกสารย้อนหลังก่อนมีคดี บางคนอาจยอมรับว่าใช้ไฟล์ของบริษัท แต่โต้แย้งว่าข้อสัญญาไม่ได้โอนลิขสิทธิ์ การแยกสองเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นทำให้การเจรจาตรงประเด็น
อีกกรณีคือผลงานมีฟอนต์ ภาพ stock หรือโค้ด open source ที่ใช้ภายใต้เงื่อนไขของเจ้าของเดิม ต่อให้บริษัทได้สิทธิจากลูกจ้างแล้ว ก็ยังต้องตรวจสิทธิของส่วนประกอบเหล่านั้นด้วย ข้อสัญญาที่บังคับให้พนักงานรับรองทุกอย่างโดยไม่มีระบบตรวจวัสดุต้นทางไม่ช่วยให้ทีมทำงานถูกต้อง
หนึ่ง รวบรวมสัญญา JD และตัวอย่างงานที่สร้างจริง สอง แยกผู้สร้างแต่ละชิ้นว่าเป็นลูกจ้าง ผู้รับจ้าง หรือหลายฝ่ายร่วมกัน สาม ตรวจสิทธิที่บริษัทให้ลูกค้าไปแล้ว สี่ จัดรายการไฟล์และวัสดุต้นทาง ห้า ให้ทนายเลือกรูปแบบข้อตกลงเป็นหนังสือที่เหมาะกับงานใหม่และงานเดิม หก สื่อสารวิธีส่งมอบและการใช้ portfolio ให้ผู้จัดการทีมใช้เหมือนกัน หากจะให้พนักงานเดิมลงนามเอกสารใหม่ ควรตรวจผลกระทบต่อสิทธิเดิมและเจรจาอย่างโปร่งใส
บริษัทที่ทำซอฟต์แวร์ งานออกแบบ หรือคอนเทนต์ให้ลูกค้าเป็นประจำควรให้ทนายตรวจทั้งสัญญาจ้าง สัญญาลูกค้า และข้อตกลงกับผู้รับจ้างภายนอกพร้อมกัน ไทยธนา ลอว์ เฟิร์มรับตรวจและร่างข้อความเรื่องสิทธิในผลงานให้สัมพันธ์กับวิธีทำงานจริง ดู บริการตรวจและร่างสัญญา
พนักงานเขียนโค้ดในเวลางาน ลิขสิทธิ์เป็นของบริษัททันทีไหม?
ไม่ควรสรุปจากเวลางานอย่างเดียว ต้องดูสถานะลูกจ้างและข้อตกลงเป็นหนังสือตามมาตรา 9
สัญญา NDA ทำให้บริษัทเป็นเจ้าของงานหรือไม่?
NDA จัดการความลับ ส่วนเจ้าของลิขสิทธิ์และขอบเขตการใช้ผลงานต้องเขียนให้ชัดแยกต่างหาก
บริษัทได้ไฟล์ต้นฉบับมาแล้ว ใช้แก้ต่อได้ทุกแบบไหม?
การครอบครองไฟล์ไม่ตอบเรื่องขอบเขตสิทธิ ต้องดูข้อตกลงและสิทธิของวัสดุที่รวมอยู่ในงาน
โอนลิขสิทธิ์ในสัญญาจ้างต้องเขียนระยะเวลาไหม?
ควรเขียน มาตรา 17 กำหนดว่าหากสัญญาโอนไม่ระบุระยะเวลา ให้ถือว่าโอนสิบปี
งานที่พนักงานทำก่อนเข้าบริษัทควรทำอย่างไร?
ทำรายการงานเดิมและสิทธิอนุญาตใช้แยกไว้ อย่าปล่อยให้คำว่า "ผลงานทั้งหมด" กลืนงานส่วนตัว
พนักงานนำงานบริษัทใส่ portfolio ได้ไหม?
ดูข้อตกลงเรื่องสิทธิและความลับของลูกค้า กำหนดขั้นอนุมัติและขอบเขตการเผยแพร่ให้ชัดก่อนใช้
ส่งสัญญาจ้าง ตัวอย่างงาน และสัญญาลูกค้าที่ใช้อยู่ให้ทีมไทยธนาตรวจจุดที่สิทธิยังไม่เชื่อมกัน ดูรายละเอียด บริการตรวจและร่างสัญญา
แหล่งกฎหมาย: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 9, 10 และ 17 (กรมทรัพย์สินทางปัญญา)
บทความนี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะคดี เพราะแต่ละกรณีต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานประกอบ
Powered by Froala Editor