กรณีสมมติ: บริษัทให้ผู้จัดการทำงานที่บ้านสามวันต่อสัปดาห์ แต่ไม่ได้ตกลงเรื่องอุปกรณ์ เมื่อเครื่องส่วนตัวเสีย ผู้จัดการซื้อเครื่องใหม่และยื่นเบิก ฝ่ายบัญชีตอบว่าไม่เคยอนุมัติ ขณะที่หัวหน้าบอกว่าใช้เครื่องอะไรก็ได้ ขอให้งานเสร็จ ความเห็นไม่ตรงกันเริ่มจากข้อตกลงที่เว้นเรื่องค่าใช้จ่ายไว้
สัญญา WFH ควรทำให้ตอบได้ว่าอุปกรณ์ใดบริษัทจัดให้ ค่าใช้จ่ายใดเบิกได้ และกรณีเร่งด่วนต้องติดต่อใคร มาตรา 23/1 วางกรอบให้ตกลงเรื่องภาระจัดหาเครื่องมือและค่าใช้จ่ายที่จำเป็นจากการทำงาน แต่ไม่ได้กำหนดอัตราค่าอินเทอร์เน็ตตายตัวสำหรับทุกบริษัท
การจัดข้อตกลงนี้ควรเชื่อมกับ สัญญาจ้างและข้อบังคับการทำงานขององค์กร เพื่อให้หัวหน้า ฝ่ายบัญชี และพนักงานอ่านเอกสารชุดเดียวกันแล้วเบิกได้ตรงกัน บทความนี้เน้นค่าใช้จ่ายและอุปกรณ์ ไม่ใช่การคำนวณ OT หรือภาษีของเงินแต่ละประเภท
📌 สรุปคำตอบสั้น ๆ
1. มาตรา 23/1 รองรับการตกลงทำงานนอกสำนักงาน และให้นายจ้างจัดทำข้อตกลงเป็นหนังสือหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่กลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยน
2. ภาระจัดหาเครื่องมือ อุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายจำเป็นจากการทำงานเป็นรายละเอียดที่กฎหมายระบุให้ตกลงกันได้ ไม่มีวงเงินค่าเน็ตแบบเดียวที่มาตรานี้กำหนดให้ทุกคน
3. ควรแยกของที่บริษัทให้ยืม ของที่พนักงานซื้อแล้วเบิก และของส่วนตัวที่อนุญาตให้ใช้ เพราะเจ้าของและวิธีคืนต่างกัน
4. การทำงานที่บ้านไม่ทำให้สิทธิตามกฎหมายของลูกจ้างลดลง และการแก้นโยบายไม่ควรตัดสิทธิที่ตกลงให้ไว้เดิมโดยไม่ตรวจผล
ต้องตรวจว่าเนื้อหาที่ตกลงถูกจัดเก็บและนำกลับมาใช้ได้ตามมาตรา 23/1 หรือไม่ คำอนุญาตสั้น ๆ อาจไม่ตอบเรื่องภาระค่าใช้จ่ายที่กำลังพิพาท
มาตรา 23/1 ไม่กำหนดยอดตายตัว ต้องดูข้อตกลงเดิมและรายการค่าใช้จ่ายที่จำเป็นจริง ไม่หยิบตัวเลขจากบริษัทอื่นมาอ้างเป็นอัตรากฎหมาย
ความจำเป็นของงาน รายการที่ตกลง และอำนาจอนุมัติต้องตรวจร่วมกัน ควรมีช่องทางขออนุมัติก่อนซื้อและวิธีรับเหตุเร่งด่วน
ต้องดูว่าจ่ายเพื่อซื้อทรัพย์สินของบริษัท ชดเชยค่าใช้เครื่องส่วนตัว หรือเป็นสวัสดิการ ถ้อยคำและหลักฐานส่งมอบต้องสอดคล้องกัน
⚖️ เลนส์ทนายไทยธนา
คนทั่วไปมักเข้าใจว่า... ตกลงจำนวนวัน WFH แล้ว เรื่องค่าอุปกรณ์ค่อยจัดการเมื่อมีใบเบิก
แต่ในทางคดี ศาลและกฎหมายมักมองว่า... มาตรา 23/1 ระบุเรื่องภาระจัดหาอุปกรณ์และค่าใช้จ่ายจำเป็นไว้เป็นรายละเอียดที่คู่สัญญาตกลงได้
จุดเสี่ยงจริงอยู่ตรงนี้... สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องส่วนตัว แต่บัญชีตีความว่าเบิกไม่ได้ทุกกรณี ขณะที่หัวหน้าสั่งให้ซื้อโดยไม่มีอำนาจ
ทางเลือกที่ควรทำต่อคือ... ทำตารางผู้รับภาระและขั้นตอนอนุมัติแนบท้ายข้อตกลง พร้อมตรวจสิทธิเดิมก่อนเปลี่ยน
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2566 เพิ่มมาตรา 23/1 ให้มีกรอบการตกลงนำงานไปทำที่บ้านหรือทำผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศนอกสำนักงาน โดยให้นายจ้างจัดทำข้อตกลงเป็นหนังสือหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามเงื่อนไขในมาตรา
รายการเรื่องค่าใช้จ่ายอยู่ในรายละเอียดที่อาจตกลงกันได้ จึงไม่ควรเขียนว่ากฎหมายบังคับให้ใช้แบบฟอร์มของบทความนี้ หรือบริษัทต้องจ่ายค่าไฟทุกบาทเสมอ ต้องตรวจข้อตกลง ภาระงาน และสิทธิที่เกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงของกิจการ
ลูกจ้าง WFH มีสิทธิเช่นเดียวกับผู้ทำงานในสำนักงาน
แจกแจงอุปกรณ์ที่งานต้องใช้ แล้วระบุผู้จัดหาแต่ละรายการให้ชัด รวมถึงผู้ดูแลเมื่อเสียหายหรือจบ WFH
กรณีบริษัทให้ยืม ควรมีข้อมูลประจำเครื่อง สภาพตอนรับ และช่องทางแจ้งซ่อม ส่วนการซื้อแล้วเบิกควรระบุชื่อผู้ซื้อในเอกสาร หลักฐานที่ต้องส่ง และผู้รับกรรมสิทธิ์ให้ชัด การเขียนทุกกรณีว่าเป็นค่าอุปกรณ์อย่างเดียวอาจทำให้บัญชีกับพนักงานเข้าใจคนละอย่าง
กรณีใช้เครื่องส่วนตัว ให้ผู้รับผิดชอบตรวจขอบเขตติดตั้งโปรแกรมและแยกข้อมูลงาน ไม่อนุญาตเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดด้วยเงื่อนไขกว้าง ๆ
บริษัทอาจพิจารณาจ่ายตามรายการที่ตกลงหรือกำหนดวงเงินที่เหมาะกับงาน แต่ต้องเขียนว่าครอบคลุมค่าอะไร ใช้กับช่วงใด และต้องแสดงหลักฐานแบบไหน หากใช้แพ็กเกจร่วมกับครัวเรือน ควรตกลงวิธีพิจารณาค่าใช้จ่ายส่วนที่เกี่ยวข้องกับงาน ไม่ปล่อยให้เจ้าหน้าที่บัญชีตั้งเกณฑ์ใหม่หลังยื่นเบิก
บทความนี้ไม่เสนอจำนวนเงินมาตรฐาน เพราะมาตรา 23/1 ไม่ได้กำหนดไว้ และยังต้องดูข้อตกลงที่บริษัทมีอยู่ หากเคยให้สิทธิชัดเจนแล้ว การลดหรือเลิกจ่ายต้องตรวจสภาพการจ้างและวิธีเปลี่ยนเงื่อนไข ไม่ถือว่าการย้ายข้อความไปไว้นโยบายใหม่ทำให้สิทธิเดิมหมดไป
ควรอ่าน ประเด็นเสี่ยงในสัญญาจ้างเกี่ยวกับ WFH และเงื่อนไขงาน ประกอบ โดยแยกคำถามว่าเงินรายการนั้นมีลักษณะทางกฎหมายอย่างไรออกจากชื่อที่ตั้งในระบบเบิก การเรียกว่าเบี้ยเลี้ยงหรือค่าชดเชยค่าใช้จ่ายอย่างเดียวไม่พอตัดสินทุกประเด็น
กำหนดช่องทางแจ้งเหตุ ผู้ประสานงาน และทางเลือกที่บริษัทอนุมัติ เช่น รับเครื่องสำรองหรือกลับเข้าออฟฟิศตามเงื่อนไขที่ตกลง การซื้อทดแทนเร่งด่วนควรมีผู้อนุมัติและหลักฐานที่ตามตรวจได้ โดยไม่บังคับให้พนักงานสำรองจ่ายยอดที่ไม่เคยตกลงเพียงเพราะงานต้องเสร็จ
อย่านับเหตุเครื่องเสียเป็นขาดงานทันที ต้องตรวจหน้าที่จัดหา การแจ้งเหตุ และทางเลือกทำงานก่อนพิจารณาทางวินัย
✔ มีข้อตกลง WFH ฉบับที่เข้าถึงย้อนหลังได้หรือไม่
✔ ระบุรายการอุปกรณ์และผู้มีหน้าที่จัดหาแยกแต่ละรายการหรือยัง
✔ กรณีเบิกซื้อของระบุเจ้าของหลังซื้อและวิธีส่งมอบชัดหรือไม่
✔ วงเงินและหลักฐานค่าอินเทอร์เน็ตตรงกับที่แจ้งพนักงานหรือไม่
✔ ผู้อนุมัติคำขอมีอำนาจผูกพันเรื่องค่าใช้จ่ายนั้นหรือไม่
✔ มีทางจัดการเหตุเครื่องเสียและค่าใช้จ่ายเร่งด่วนหรือไม่
✔ เงื่อนไขใหม่ลดสิทธิเดิมหรือขัดสัญญาหลักส่วนใดหรือไม่
✔ เมื่อจบ WFH มีวิธีคืนของและปิดสิทธิการเข้าถึงระบบหรือไม่
กำหนดรายการและเหตุผลของค่าใช้จ่ายให้ชัดช่วยให้ตรวจคำขอได้ตรงกว่าเกณฑ์ที่ไม่เคยแจ้ง ไม่จำเป็นต้องเปิดรับค่าใช้จ่ายทุกชนิด
เริ่มจากความจำเป็นของงานและสิทธิที่ตกลงไว้ ความต่างควรมีเหตุผลที่อธิบายได้ ไม่กำหนดตามความชอบของผู้อนุมัติ
ควรวางรอบทบทวนและขั้นตอนเปลี่ยนเงื่อนไขให้ชอบด้วยกฎหมาย ข้อสงวนสิทธิฝ่ายเดียวไม่ได้ตอบว่าลดสิทธิที่เป็นสภาพการจ้างได้ทุกกรณี
1. รวบรวมสัญญาหลัก ข้อตกลง WFH และใบเบิกที่เคยอนุมัติจริง
2. จัดรายการอุปกรณ์และค่าใช้จ่ายตามลักษณะงานของแต่ละกลุ่ม
3. เทียบสิทธิเดิมก่อนกำหนดผู้รับภาระหรือวงเงินใหม่
4. ร่างภาคผนวกเชื่อมกับนโยบายเบิก ระบุเวอร์ชันและผู้อนุมัติ
5. ทดลองกรณีซื้อใหม่ เครื่องเสีย และพนักงานทำงานแบบผสมในเดือนเดียว
6. สื่อสารและบันทึกข้อตกลงตามวิธีที่เหมาะสม เก็บหลักฐานที่นำกลับมาใช้ตรวจได้
• นโยบายบอกว่าใช้ของส่วนตัว แต่หัวหน้ารับปากให้ซื้อแล้วมาเบิก
• ใบเบิกทุกใบถูกปฏิเสธเพราะไม่มีคู่มือที่ไม่เคยแจกให้พนักงาน
• บริษัทเรียกคืนเครื่องที่พนักงานเข้าใจว่าเป็นทรัพย์สินตนเอง
• ผู้จัดการเซ็นอนุมัติแต่บัญชีบอกว่าไม่มีอำนาจ
• แก้วงเงินย้อนหลังหลังลูกจ้างสำรองจ่ายตามที่อนุมัติแล้ว
ไทยธนาช่วยตรวจและร่างภาคผนวก WFH ให้เชื่อมกับสัญญาหลักและนโยบายค่าใช้จ่าย โดยเริ่มจากวิธีทำงานและรายการเบิกจริง เพื่อระบุจุดที่ถ้อยคำยังเปิดให้เข้าใจต่างกัน การตรวจอาจต้องประสานฝ่ายบัญชีหรือ IT ในเรื่องที่อยู่นอกตัวสัญญา ก่อนเลือกว่าจะปรับนโยบายหรือทำข้อตกลงรายตำแหน่ง
สัญญา WFH ต้องกำหนดค่าอินเทอร์เน็ตขั้นต่ำเท่าไร?
มาตรา 23/1 ไม่ได้กำหนดอัตราเดียวสำหรับทุกกิจการ ต้องตรวจข้อตกลงและค่าใช้จ่ายจำเป็นจากงานก่อนกำหนดเกณฑ์
บริษัทให้ใช้โน้ตบุ๊กส่วนตัวได้ไหม?
ต้องตรวจข้อตกลงและความเหมาะสมกับงาน ควรระบุค่าใช้เครื่อง การซ่อม และขอบเขตดูแลข้อมูลงานให้ชัด โดยไม่ลดสิทธิตามกฎหมาย
อนุมัติซื้อของทางอีเมลใช้ได้หรือไม่?
อีเมลอาจเป็นหลักฐานได้ แต่ต้องดูผู้มีอำนาจ รายละเอียดอนุมัติ และการเก็บข้อความครบถ้วน ไม่ถือว่าอีเมลทุกฉบับแก้สัญญาได้โดยอัตโนมัติ
กลับเข้าออฟฟิศแล้วต้องหยุดเงินสนับสนุนทันทีไหม?
ตรวจว่าเงินนั้นตกลงให้เพราะเหตุใด มีเงื่อนไขสิ้นสุดอย่างไร และเป็นสิทธิเดิมลักษณะใด ก่อนเปลี่ยนการจ่าย
เครื่องเสียแล้วพนักงานต้องซื้อใหม่เองเสมอไหม?
ต้องดูผู้มีหน้าที่จัดหาและเหตุเสียหาย ไม่ควรให้รับภาระทุกกรณีด้วยข้อความเดียว หรือหักค่าจ้างโดยไม่ตรวจเงื่อนไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ก่อนเปิดรอบ WFH ถัดไป ลองให้ HR กับบัญชีตอบใบเบิกตัวอย่างเดียวกันโดยไม่ปรึกษากัน ถ้าคำตอบต่าง ให้ระบุว่าต่างเพราะวงเงิน อำนาจอนุมัติ หรือความเป็นเจ้าของอุปกรณ์ แล้วแก้ตรงจุดนั้นในเอกสาร การทดสอบจากใบเบิกจริงจะเห็นช่องว่างที่อ่านสัญญาอย่างเดียวอาจไม่พบ
🔗 บทความที่เกี่ยวข้อง
ตรวจแหล่งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ณ 21 ตุลาคม 2569
📞 สัญญา WFH ตรงกับนโยบายเบิกของบริษัทหรือยัง?
ส่งสัญญาฉบับหลัก ภาคผนวก WFH และตัวอย่างรายการเบิก เพื่อให้ทนายประเมินจุดที่ควรปรับก่อนเกิดข้อโต้แย้ง ดูรายละเอียดได้ที่ บริการตรวจและร่างสัญญา
บทความนี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะคดี เพราะแต่ละกรณีต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานประกอบ
Powered by Froala Editor