พนักงานนำคำสั่งเรียกพลมายื่น แต่ในระบบลาของบริษัทมีเพียงลาป่วย ลากิจ และพักร้อน HR ควรเลือกช่องไหน? ถ้าเป็นการเรียกพลที่เข้ามาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อรับราชการทหารโดยเฉพาะ บริษัทไม่ควรบังคับให้ใช้วันพักร้อนแทนเพียงเพราะโปรแกรมไม่มีช่องให้เลือก
กรณีสมมติ ผู้จัดการคลังสินค้าถูกเรียกเข้าฝึกวิชาทหาร หัวหน้าขอให้ลงพักร้อนก่อนแล้วค่อยแก้ภายหลัง เมื่อปิดงวดเงินเดือน ระบบกลับหักเงินเพราะวันพักร้อนไม่พอ ปัญหานี้แก้ที่ข้อความในคู่มืออย่างเดียวไม่ได้ ต้องตามไปดูว่าใครเป็นผู้จำแนกสิทธิและใครส่งข้อมูลให้ฝ่ายเงินเดือนด้วย
เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของการ ออกแบบสัญญาจ้างและข้อบังคับการทำงาน ให้ตรงกับงานของ HR บทความนี้พิจารณากิจการเอกชนที่อยู่ในบังคับกฎหมายคุ้มครองแรงงาน หากเป็นงานที่มีกฎหมายเฉพาะต้องตรวจเงื่อนไขเพิ่มเติม
📌 สรุปคำตอบสั้น ๆ
1. มาตรา 35 ให้สิทธิลาเมื่อถูกเรียกพลเพื่อตรวจสอบ เพื่อฝึกวิชาทหาร หรือเพื่อทดลองความพรั่งพร้อมตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร
2. มาตรา 58 กำหนดค่าจ้างเท่ากับวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 60 วันต่อปี ต้องแยกเพดานค่าจ้างออกจากการพิจารณาสิทธิลา
3. การไปตรวจเลือกเกณฑ์ทหารประจำปีไม่ใช่กรณีเดียวกัน ต้องอ่านหมายเรียกและพิจารณาสิทธิที่เกี่ยวข้อง ไม่จัดทุกเอกสารทหารเป็นรหัสเดียว
4. ข้อบังคับควรระบุผู้รับเอกสาร ขั้นตอนตรวจ และรหัสเงินเดือนที่ไม่หักวันพักร้อนอัตโนมัติ
ไม่ได้ดูจากชื่อหน่วยงานบนกระดาษอย่างเดียว การเรียกพลตามมาตรา 35 ต่างจากการตรวจเลือกเข้ากองประจำการ ข่าวรัฐบาลวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ย้ำความแตกต่างนี้ไว้ด้วย
ตัวเลขนี้อยู่ในหลักการจ่ายค่าจ้างตามมาตรา 58 ไม่ควรนำไปเขียนเป็นข้อห้ามลาต่อโดยไม่ตรวจฐานสิทธิและคำสั่งเรียกพล
มาตรา 35 ไม่ได้กำหนดให้รอผ่านทดลองงานก่อนใช้สิทธิ การเพิ่มเงื่อนไขอายุงานจึงเสี่ยงตัดสิทธิที่กฎหมายให้
⚖️ เลนส์ทนายไทยธนา
คนทั่วไปมักเข้าใจว่า... บริษัทไม่มีรหัสลานี้ จึงให้พนักงานเลือกโควตาที่มีอยู่ไปก่อน
แต่ในทางคดี ศาลและกฎหมายมักมองว่า... การพิจารณาสิทธิต้องอาศัยเหตุที่ถูกเรียกและกฎหมายที่ใช้บังคับ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับช่องในโปรแกรมของนายจ้าง
จุดเสี่ยงจริงอยู่ตรงนี้... ข้อมูลที่ลงผิดครั้งแรกอาจถูกส่งต่อเป็นขาดงาน หักเงิน หรือออกหนังสือเตือน ทั้งที่ยังไม่ได้ตรวจหมายเรียก
ทางเลือกที่ควรทำต่อคือ... กำหนดผู้ตรวจประเภทเอกสารก่อนลงรหัส แล้วแยกการจัดคนทำงานแทนออกจากการรับรองสิทธิลา
มาตรา 35 ระบุเหตุเรียกพลไว้เฉพาะ ได้แก่ การตรวจสอบ การฝึกวิชาทหาร และการทดลองความพรั่งพร้อมตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร HR จึงควรตรวจวัตถุประสงค์ ระยะเวลา และหน่วยงานผู้ออกเอกสารให้ครบ ไม่สรุปจากคำบอกว่าไปทหารเพียงประโยคเดียว
สำหรับการตรวจเลือกเกณฑ์ทหารประจำปี อย่านำหลักค่าจ้าง 60 วันไปใช้ทันที ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงกับสิทธิลาประเภทที่เกี่ยวข้องและสวัสดิการของบริษัท หากเป็นการเข้าประจำการหรือเอกสารมีเหตุอื่นนอกเหนือจากมาตรา 35 ควรตรวจเป็นรายกรณีก่อนสื่อสารเรื่องสถานะการจ้าง
สิทธิลาและจำนวนวันที่กฎหมายกำหนดให้จ่ายค่าจ้างเป็นคนละคำถาม บริษัทควรมีข้อมูลช่วงวันที่ลา พร้อมยอดวันที่จ่ายตามมาตรา 58 ในปีนั้น ไม่ใช้ช่องยอดคงเหลือเดียวกับพักร้อน และไม่ให้ระบบตัดเป็นขาดงานเมื่อยอดค่าจ้างถึงเพดาน
หากบริษัทให้สิทธิดีกว่ากฎหมายไว้แล้ว ต้องตรวจสัญญาและแนวปฏิบัติเดิมก่อนเปลี่ยน ส่วนฐานค่าจ้างให้ตรวจรายการเงินที่ลูกจ้างมีสิทธิ ไม่ใช้ยอดรับสุทธิแทนโดยอัตโนมัติ
ข่าวรัฐบาลปี 2569 กล่าวถึงคำสั่งเรียกพล ตพ.17 และเอกสารขอความร่วมมือในการจ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้าง ตพ.22 ในกระบวนการที่รายงานไว้ บริษัทอาจใช้ข้อมูลนี้เป็นจุดตรวจเอกสาร แต่ไม่ควรเขียนว่ากระดาษต้องใช้ชื่อแบบเดียวเท่านั้นแล้วปฏิเสธเอกสารราชการอื่นโดยไม่ตรวจ
แนวทางในข้อบังคับควรกำหนดให้แจ้งเมื่อทราบคำสั่ง พร้อมส่งเอกสารที่มี กำหนดผู้รับแทนเมื่อหัวหน้าไม่อยู่ และช่องทางแจ้งการเปลี่ยนวันกลับ ระยะเวลาส่งเอกสารต้องทำได้จริง ไม่ตั้งเงื่อนไขแจ้งล่วงหน้าที่ทำให้ใช้สิทธิไม่ได้เมื่อได้รับหมายกระชั้นชิด
การเป็นหัวหน้าทีมหรือผู้มีอำนาจอนุมัติงานไม่ได้ทำให้หมดสิทธิเพราะบริษัทหาคนแทนยาก หากบุคคลนั้นมีสถานะลูกจ้างที่อยู่ในบังคับกฎหมาย ให้พิจารณาสิทธิเช่นเดียวกับลูกจ้างรายอื่น ส่วนกรรมการหรือผู้ให้บริการที่ไม่ได้เป็นลูกจ้างต้องวิเคราะห์สถานะก่อน
ควรทำรายการงานที่ต้องส่งต่อและกำหนดผู้อนุมัติแทนให้ชัด รวมถึงช่วงที่อำนาจมอบหมายมีผล อย่าใช้เงื่อนไขว่าต้องหาคนแทนสำเร็จก่อนจึงอนุญาตลา และอย่ากำหนดให้ผู้ลาออนไลน์ทำงานตลอดช่วงที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งราชการ
✔ ข้อบังคับมีหัวข้อลาเพื่อรับราชการทหารแยกจากพักร้อนหรือไม่
✔ แบบคำขอระบุวัตถุประสงค์หมายเรียกและช่วงวันที่ชัดหรือไม่
✔ ไม่มีเงื่อนไขผ่านโปรหรือครบปีมาตัดสิทธิใช่หรือไม่
✔ ระบบแยกจำนวนวันลาออกจากวันที่ได้รับค่าจ้างตามมาตรา 58
✔ มีผู้รับเอกสารแทนและช่องแก้ข้อมูลก่อนปิดงวด
✔ ค่าจ้างที่ใช้คำนวณผ่านการตรวจฐานเงินแล้วหรือไม่
✔ มีแผนรับกลับและส่งมอบงานที่สอดคล้องกับเอกสารราชการ
เมื่อมีเหตุจริง HR ต้องตัดสินใจภายในเวลาจำกัด ควรเตรียมขั้นตอนและผู้รับผิดชอบไว้ก่อน ไม่รอให้ระบบหักเงินแล้วค่อยแก้
การใช้พักร้อนกินสิทธิคนละประเภท แม้ยอดเงินงวดนั้นเท่ากันก็ยังต้องตรวจและคืนยอดที่ลงผิดให้ถูกต้อง
ควรสอบถามเหตุและเปิดทางส่งข้อมูลเพิ่มเติม การส่งเอกสารช้าต้องแยกจากคำถามว่ามีเหตุลาตามกฎหมายจริงหรือไม่
1. รวบรวมข้อบังคับฉบับใช้จริงและหน้าจอรหัสลาที่พนักงานมองเห็น
2. แยกตัวอย่างเอกสารเรียกพลออกจากเอกสารตรวจเลือก โดยปกปิดข้อมูลส่วนบุคคล
3. ระบุผู้ตรวจสิทธิและช่องทางสอบถามหน่วยงานผู้ออกเอกสารเมื่อมีข้อสงสัย
4. แก้ข้อความในแบบลาและคำอธิบายรหัสเงินเดือนให้ตรงกัน
5. ทดสอบกรณีเรียกพลหลายครั้งในปีเดียวและกรณีมีสิทธิเดิมที่ดีกว่ากฎหมาย
6. แจ้งหัวหน้างานและเก็บบันทึกการแก้ยอดวันลา ค่าจ้าง หรือสถานะขาดงานที่เคยลงผิด
• หมายเรียกไม่ชัดว่าเป็นเหตุใดหรือมีคำสั่งต่อเนื่องหลายฉบับ
• บริษัทเคยหักเงินหรือออกหนังสือเตือนไปแล้ว
• พนักงานมีทั้งฐานะกรรมการและสัญญาจ้าง
• มีข้อโต้แย้งเรื่องค่าคอมมิชชั่นหรือค่าตำแหน่งระหว่างลา
• ข้อบังคับให้สิทธิสูงกว่ากฎหมายแต่กำลังจะลดลง
• จะเปลี่ยนตำแหน่งหรือลดค่าจ้างเมื่อกลับจากการเรียกพล
ไทยธนาช่วยตรวจข้อบังคับและแบบลา เทียบเงื่อนไขในสัญญากับขั้นตอนที่ HR ใช้จริง พร้อมเสนอข้อความแก้ไขและรายการที่ต้องปรับในระบบเงินเดือน หากมีการหักเงินหรือข้อพิพาทแล้ว จะตรวจหลักฐานของแต่ละกรณีก่อนเสนอแนวทาง ไม่รับรองว่าการเพิ่มข้อความหนึ่งย่อหน้าจะทำให้ทุกกรณีถูกต้องทันที
บริษัทบังคับให้ใช้พักร้อนก่อนลาเรียกพลได้ไหม?
หากเข้ามาตรา 35 ควรใช้สิทธิลาเพื่อรับราชการทหารโดยตรง ไม่บังคับกินสิทธิพักร้อนเพราะแบบฟอร์มไม่รองรับ
ลูกจ้างรายวันมีสิทธิหรือไม่?
รูปแบบจ่ายรายวันไม่ได้ตัดสิทธินี้ ต้องเป็นลูกจ้างที่อยู่ในบังคับกฎหมายและมีเหตุลาตามมาตรา 35
จ่ายค่าจ้างได้กี่วัน?
มาตรา 58 ให้จ่ายเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งไม่เกิน 60 วัน ส่วนสิทธิที่บริษัทให้มากกว่าต้องตรวจเอกสารเดิม
ตรวจเลือกเกณฑ์ทหารใช้หลักเดียวกันหรือไม่?
ไม่ใช่กรณีเดียวกัน ต้องแยกการตรวจเลือกออกจากการเรียกพลตามมาตรา 35 และตรวจสิทธิที่ใช้กับข้อเท็จจริงนั้น
ระบบไม่มีช่องลาประเภทนี้ควรทำอย่างไร?
รับคำขอและบันทึกแยกไว้โดยไม่ลดสิทธิ แล้วให้ผู้รับผิดชอบแก้รหัสและตรวจยอดเงินก่อนจ่าย ไม่ปล่อยให้ระบบหักโควตาอื่นไปเอง
ถ้าถูกเรียกหลายครั้งในปีเดียวต้องดูอะไร?
ตรวจหมายเรียกแต่ละครั้งและยอดค่าจ้างที่จ่ายตามมาตรา 58 รวมในปีนั้น พร้อมตรวจสิทธิที่ดีกว่ากฎหมายของบริษัท
ลองหยิบแบบลาเปล่าหนึ่งฉบับส่งให้ผู้ทำเงินเดือน แล้วถามว่าเมื่อแนบคำสั่งเรียกพลจะลงรหัสใด ถ้าคำตอบของ HR กับฝ่ายเงินเดือนไม่ตรงกัน ควรแก้ขั้นตอนก่อนกรณีจริงครั้งถัดไป และตรวจย้อนหลังว่ามียอดพักร้อนหรือค่าจ้างที่ต้องแก้หรือไม่
🔗 บทความที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 35 และ 58 (ฉบับรวบรวมถึงฉบับที่ 7)
รัฐบาลไทย: แนวทางสิทธิลูกจ้างถูกเรียกพล ปี 2569 เผยแพร่ 26 พฤษภาคม 2569
ตรวจแหล่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องวันที่ 26 ตุลาคม 2569
📞 ตรวจข้อบังคับก่อนรหัสลาผิดไปถึงเงินเดือน
ส่งข้อบังคับฉบับปัจจุบันและแบบลาที่ใช้งาน เพื่อประเมินจุดที่ควรปรับให้ตรงสิทธิของลูกจ้าง ดูรายละเอียดได้ที่ บริการร่างข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
บทความนี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะคดี เพราะแต่ละกรณีต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานประกอบ
Powered by Froala Editor