
ไทยธนา ลอว์เฟิร์ม ขอขอบคุณ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาเลขานุการทางการแพทย์ ที่ให้เกียรติเชิญทีมทนายความของสำนักงานเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ "กฎหมายแรงงานสำหรับเลขานุการทางการแพทย์" ให้แก่นักศึกษาผู้กำลังจะก้าวเข้าสู่วิชาชีพในโรงพยาบาล คลินิก และสถานพยาบาลทั่วประเทศ
เลขานุการทางการแพทย์เป็นวิชาชีพที่ยืนอยู่บน "จุดตัด" ของกฎหมายหลายฉบับพร้อมกัน — เป็นทั้งลูกจ้างที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน เป็นผู้ที่ทำงานใกล้ชิดกับข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยซึ่งกฎหมายคุ้มครองเข้มงวดที่สุด และเป็นด่านหน้าที่อาจเผชิญทั้งความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและการล่วงละเมิดในที่ทำงาน การบรรยายครั้งนี้จึงออกแบบให้นักศึกษาเห็นภาพสิทธิและหน้าที่ของตัวเองตั้งแต่วันแรกของการทำงาน
📌 สรุปสั้น ๆ การบรรยายครั้งนี้
1. หัวข้อ "กฎหมายแรงงานสำหรับเลขานุการทางการแพทย์" บรรยายให้นักศึกษาสาขาวิชาเลขานุการทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โดยทีมทนายคดีแรงงานของไทยธนา ลอว์เฟิร์ม
2. เน้นสองเรื่องที่ใกล้ตัวเลขาฯ การแพทย์มากที่สุด คือ ความปลอดภัยและการล่วงละเมิดในที่ทำงาน และ การรักษาความลับผู้ป่วยตามกฎหมายและ PDPA
3. เป้าหมายคือให้ว่าที่เลขาฯ การแพทย์รู้ทั้ง "สิทธิที่ตัวเองได้รับ" และ "หน้าที่ที่ต้องระวัง" ก่อนเริ่มงานจริง เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายให้ทั้งตัวเองและสถานพยาบาล
หลายคนมองว่าเลขานุการทางการแพทย์คืองานเอกสารและประสานงานในสถานพยาบาล ดูห่างไกลจากเรื่องกฎหมาย แต่ในความเป็นจริง ตำแหน่งนี้สัมผัสประเด็นกฎหมายที่ละเอียดอ่อนทุกวัน ตั้งแต่เงื่อนไขในสัญญาจ้างของตัวเอง เวลาทำงานและวันลา ไปจนถึงการดูแลเวชระเบียนและข้อมูลผู้ป่วย การรู้กติกาตั้งแต่ต้นจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือเครื่องมือป้องกันตัวที่ใช้ได้จริงในวันแรกที่เข้าทำงาน การบรรยายครั้งนี้เลือกเจาะลึกสองเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยและส่งผลกระทบสูงที่สุดสำหรับวิชาชีพนี้
เรื่องแรกที่เน้นในการบรรยายคือ "ความปลอดภัยของตัวลูกจ้างเอง" ซึ่งเป็นเรื่องที่ว่าที่เลขาฯ การแพทย์หลายคนยังไม่รู้ว่าตนได้รับการคุ้มครอง พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 16 ห้ามมิให้นายจ้าง หัวหน้างาน ผู้ควบคุมงาน หรือผู้ตรวจงาน กระทำการล่วงเกิน คุกคาม หรือก่อความเดือดร้อนรำคาญทางเพศต่อลูกจ้าง และนับตั้งแต่การแก้ไขกฎหมายในปี 2551 การคุ้มครองนี้ครอบคลุมลูกจ้างทุกเพศทุกวัย ไม่จำกัดเฉพาะลูกจ้างหญิงหรือเด็กอีกต่อไป การฝ่าฝืนมีทั้งโทษปรับตามกฎหมายแรงงาน และในหลายกรณียังอาจเป็นความผิดอาญาตามประมวลกฎหมายอาญาอีกชั้นหนึ่ง
อีกด้านหนึ่งคือความปลอดภัยในการทำงานเชิงกายภาพ ซึ่งงานในสถานพยาบาลมีความเสี่ยงเฉพาะตัว เช่น การสัมผัสสารคัดหลั่ง โรคติดเชื้อ หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 กำหนดให้นายจ้างมีหน้าที่จัดสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและดูแลสุขอนามัยของลูกจ้าง การบรรยายจึงชี้ให้เห็นว่าเมื่อเจอการล่วงละเมิดหรือสภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัย สิ่งที่ควรทำคือบันทึกเหตุการณ์ เก็บหลักฐาน และใช้ช่องทางร้องเรียนที่ถูกต้อง แทนที่จะอดทนเงียบเพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติของที่ทำงาน





เรื่องที่สองคือ "หน้าที่" ที่ติดมากับตำแหน่ง เลขานุการทางการแพทย์เป็นผู้ที่เข้าถึงเวชระเบียนและข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยโดยตรง ซึ่งกฎหมายไทยคุ้มครองข้อมูลกลุ่มนี้ไว้สูงมาก พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 7 วางหลักว่า "ข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลเป็นความลับส่วนบุคคล" ผู้ใดจะนำไปเปิดเผยในประการที่น่าจะทำให้บุคคลนั้นเสียหายไม่ได้ เว้นแต่เป็นไปตามความประสงค์ของเจ้าของข้อมูลโดยตรง หรือมีกฎหมายเฉพาะบัญญัติให้เปิดเผยได้
ยิ่งไปกว่านั้น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) ซึ่งบังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 จัดให้ "ข้อมูลสุขภาพ" เป็น ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว (sensitive personal data) ตามมาตรา 26 ซึ่งได้รับการคุ้มครองเข้มงวดเป็นพิเศษ โดยหลักต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลก่อนเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย การบรรยายจึงย้ำหลักปฏิบัติง่าย ๆ แต่สำคัญที่สุดสำหรับเลขาฯ การแพทย์ว่า "ไม่เปิดเผยข้อมูลผู้ป่วยให้บุคคลภายนอก รวมถึงญาติหรือเพื่อนร่วมงานที่ไม่เกี่ยวข้อง หากไม่มีความยินยอมหรือฐานทางกฎหมายรองรับ" — เพราะความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว เช่น การพูดคุยเรื่องอาการผู้ป่วยในที่สาธารณะ หรือการแชร์ข้อมูลผ่านแชต อาจสร้างความรับผิดทั้งต่อตัวเลขาฯ เองและต่อสถานพยาบาล
⚖️ เลนส์ทนายไทยธนา
คนทั่วไปมักเข้าใจว่า... เลขานุการทางการแพทย์คืองานธุรการในโรงพยาบาลหรือคลินิก ไม่ค่อยเกี่ยวกับกฎหมายหรือความรับผิดอะไรนัก ทำตามที่หัวหน้าสั่งก็พอ
แต่ในทางกฎหมายมักมองว่า... ตำแหน่งนี้ยืนอยู่บนกฎหมายสามชั้นพร้อมกัน — เป็น "ลูกจ้าง" ที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน เป็น "ผู้ดูแลข้อมูลสุขภาพ" ซึ่งเป็นข้อมูลอ่อนไหวสูงสุดตาม PDPA และเป็น "ด่านหน้า" ที่อาจเผชิญการล่วงละเมิดหรือสภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัย ทุกชั้นมีทั้งสิทธิและหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดไว้ชัด
จุดเสี่ยงจริงอยู่ตรงนี้... ความเข้าใจว่า "ส่งต่อข้อมูลให้ญาติก็ไม่เป็นไร" หรือ "ถูกล่วงเกินก็ต้องอดทนเพราะเป็นเด็กใหม่" คือจุดที่ทำให้ทั้งตัวเลขาฯ และสถานพยาบาลเสียหายได้จริง ฝั่งหนึ่งเสี่ยงความรับผิดเรื่องข้อมูล อีกฝั่งหนึ่งเสียสิทธิที่กฎหมายให้ไว้โดยไม่รู้ตัว
ทางเลือกที่ควรทำต่อคือ... รู้สิทธิและหน้าที่ของตัวเองตั้งแต่ก่อนเซ็นสัญญาจ้าง เก็บหลักฐานทันทีเมื่อเจอการล่วงละเมิด และยึดหลัก "ไม่เปิดเผยข้อมูลสุขภาพถ้าไม่มีความยินยอมหรือฐานทางกฎหมาย" ส่วนสถานพยาบาลควรมีนโยบายและการอบรมเรื่องนี้ล่วงหน้า ดีกว่าตามแก้เมื่อเกิดเรื่องแล้ว
การบรรยายครั้งนี้นำโดย ทนายอภิชาติ เฮงรัตนกิจ ทนายความและวิทยากรด้านคดีแรงงานของไทยธนา ลอว์เฟิร์ม ซึ่งทำงานคดีแรงงานทั้งฝั่งลูกจ้างและฝั่งนายจ้าง ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การวางระบบเอกสารด้านบุคคล ไปจนถึงการว่าความในศาลแรงงาน ประสบการณ์จากการเห็นปัญหาจริงทั้งสองมุมของโต๊ะ ทำให้การบรรยายไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวบทกฎหมาย แต่เชื่อมโยงไปถึงสถานการณ์ที่นักศึกษาจะพบจริงในที่ทำงาน พร้อมแนวทางรับมือที่นำไปใช้ได้ทันที
นอกจากงานว่าความและที่ปรึกษากฎหมาย ไทยธนา ลอว์เฟิร์ม ยินดีรับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายและจัดอบรมด้านกฎหมายแรงงานให้แก่สถาบันการศึกษา องค์กร และทีม HR โดยเฉพาะหัวข้อที่เกี่ยวกับ การออกแบบสัญญาจ้างและข้อบังคับการทำงาน การปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และการป้องกันข้อพิพาทก่อนเกิดขึ้นจริง สำหรับสถานพยาบาลและธุรกิจที่ต้องการให้บุคลากรเข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตนอย่างถูกต้อง ทีมทนายคดีแรงงานของสำนักงานพร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบเนื้อหาให้เหมาะกับแต่ละองค์กร
ไทยธนา ลอว์เฟิร์ม รับเชิญบรรยายหรือจัดอบรมกฎหมายแรงงานให้องค์กรไหม
รับ สำนักงานยินดีรับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายและจัดอบรมด้านกฎหมายแรงงานให้แก่สถาบันการศึกษา องค์กร และทีม HR โดยปรับเนื้อหาให้ตรงกับลักษณะงานของแต่ละกลุ่ม สามารถติดต่อสำนักงานเพื่อพูดคุยรายละเอียดได้
เลขานุการทางการแพทย์ต้องรู้กฎหมายแรงงานเรื่องอะไรบ้าง
อย่างน้อยควรเข้าใจเงื่อนไขในสัญญาจ้างของตัวเอง สิทธิเรื่องเวลาทำงานและวันลา การคุ้มครองจากการล่วงละเมิดในที่ทำงานตามมาตรา 16 และหน้าที่รักษาความลับข้อมูลผู้ป่วยตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติและ PDPA
ถ้าถูกล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศในที่ทำงาน ควรทำอย่างไร
บันทึกเหตุการณ์ทันที (วัน เวลา สถานที่ คำพูดหรือการกระทำ พยานที่อยู่ด้วย) เก็บหลักฐานทุกชิ้น และใช้ช่องทางร้องเรียนภายในองค์กรหรือต่อพนักงานตรวจแรงงาน หากไม่แน่ใจในสิทธิของตน ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินแนวทางก่อนดำเนินการ
เปิดเผยข้อมูลผู้ป่วยให้ญาติหรือบุคคลภายนอกได้ไหม
โดยหลักไม่ได้ เพราะข้อมูลสุขภาพเป็นความลับส่วนบุคคลตามมาตรา 7 พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ และเป็นข้อมูลอ่อนไหวตาม PDPA การเปิดเผยต้องมีความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลหรือมีฐานทางกฎหมายรองรับเท่านั้น
ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยสวนดุสิตและสาขาวิชาเลขานุการทางการแพทย์อีกครั้งสำหรับโอกาสดี ๆ ในการแบ่งปันความรู้ให้แก่นักศึกษา ความตั้งใจของการบรรยายครั้งนี้เรียบง่าย — อยากให้ว่าที่เลขานุการทางการแพทย์ทุกคนก้าวเข้าสู่วิชาชีพโดยรู้ว่ากฎหมายคุ้มครองอะไรไว้ให้บ้าง และกฎหมายคาดหวังอะไรจากเรา เพราะความเข้าใจเพียงเล็กน้อยตั้งแต่วันแรก ป้องกันปัญหาใหญ่ได้ในวันข้างหน้า ทั้งสำหรับตัวบุคลากรเองและสำหรับสถานพยาบาลที่เขาทำงานอยู่
🔗 บทความที่เกี่ยวข้อง
• ออกแบบสัญญาจ้างและข้อบังคับการทำงานให้องค์กรปลอดคดี: คู่มือ HR และนายจ้างฉบับสมบูรณ์
• เลิกจ้าง–ถูกเลิกจ้าง ฉบับสมบูรณ์: ค่าชดเชย เลิกจ้างไม่เป็นธรรม ยุบแผนก และเกษียณอายุ
• พนักงานป่วยจากอุบัติเหตุส่วนตัว นายจ้างยังต้องจ่ายค่าจ้างวันลาป่วยอยู่ไหม?
📞 อยากเชิญไทยธนาไปบรรยาย หรือต้องการที่ปรึกษากฎหมายแรงงานให้องค์กร
ปรึกษากฎหมายเบื้องต้นฟรี — กรอกแบบฟอร์มหรือติดต่อทุกช่องทาง ทนายโทรกลับภายใน 24 ชั่วโมง (รีวิว Google 4.9/5 จากลูกความกว่า 100 ราย)
โทรสายด่วน: 063-210-6492
อีเมล: [email protected]
LINE: แอดไลน์ปรึกษาทนาย @thaitanalawfirm
บทความนี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไปและการประชาสัมพันธ์กิจกรรมของสำนักงาน ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะคดี เพราะแต่ละกรณีต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานประกอบ
Powered by Froala Editor