คำตอบที่หลายองค์กรไม่คาดคิด: ต้องจ่าย — อย่างน้อยใน 30 วันทำงานแรก ไม่ว่าพนักงานจะป่วยเพราะอะไรก็ตาม
มาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างในวันลาป่วยไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี โดยไม่มีเงื่อนไขว่าต้องป่วยจากสาเหตุที่เกี่ยวกับงาน และเมื่อนายจ้างสั่งหักเงินเดือนคืนโดยพนักงานไม่ได้ยินยอมเป็นหนังสือ ก็เสี่ยงเข้าข่ายการหักค่าจ้างผิดกฎหมายตามมาตรา 76–77 ซึ่งมีโทษตามมาได้
บทความนี้อธิบายว่ากฎหมายวางเส้นไว้ที่ไหน HR และนายจ้างต้องตรวจอะไรก่อนตัดสินใจ และการหักเงินเดือนแบบไหนทำได้หรือไม่ได้
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะ ควรปรึกษาทนายความแรงงานก่อนดำเนินการ
สถานการณ์: นายเก่ง พนักงานขับรถ ประสบอุบัติเหตุขี่รถจักรยานยนต์ล้มในวันหยุด ไม่เกี่ยวกับการทำงาน บาดเจ็บจนต้องพักฟื้น 50 วัน ฝ่าย HR จ่ายค่าจ้างตามปกติตลอด 50 วัน เมื่อผู้บริหารทราบในภายหลัง จึงสั่งเรียกเงินเดือนคืนทั้งหมด 50 วัน โดยให้หักจากเงินเดือนงวดถัดไปแบ่ง 10 งวด
สิ่งที่ผู้บริหารมองข้าม: ไม่ได้ตรวจสอบว่ากฎหมายแรงงานว่าด้วยค่าจ้างวันลาป่วยกำหนดไว้อย่างไร และไม่ได้ขอความยินยอมเป็นหนังสือจากนายเก่งก่อนหัก
ผลที่ตามมา: นายเก่งยื่นร้องเรียนต่อพนักงานตรวจแรงงาน ซึ่งวินิจฉัยว่า ค่าจ้าง 30 วันแรกที่จ่ายไปนั้นถูกต้องตามกฎหมาย เรียกคืนไม่ได้ และการหักถือว่าผิดกฎหมาย บริษัทต้องคืนเงินที่หักไปพร้อมดอกเบี้ย 15% ต่อปีย้อนตั้งแต่วันที่หัก ส่วนค่าจ้างวันที่ 31–50 แม้ไม่มีหน้าที่จ่ายตามกฎหมาย แต่การหักคืนก็ยังต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากนายเก่งก่อน ซึ่งบริษัทไม่ได้ดำเนินการ จึงยังเสี่ยงถูกฟ้องในส่วนนี้ด้วย
กรณีนี้ไม่ใช่เรื่องโชคร้าย แต่เป็นเรื่องของการไม่รู้กรอบกฎหมายก่อนออกคำสั่ง
ความจริง: สิทธิค่าจ้างวันลาป่วยตามมาตรา 57 ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ป่วย ตราบใดที่พนักงานลาป่วยจริงและมีหลักฐาน นายจ้างยังต้องจ่ายค่าจ้างในวันลาป่วยไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี ไม่ว่าจะป่วยจากโรคทั่วไปหรืออุบัติเหตุส่วนตัว
ความจริง: มาตรา 76–77 กำหนดกรอบการหักค่าจ้างไว้อย่างจำกัด แม้ในกรณีที่จ่ายเกินไปจริง ก็ยังต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากพนักงานก่อน ไม่ใช่หักเองฝ่ายเดียว
ความจริง: จำนวนงวดที่หักไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือมีสิทธิ์หักได้ตามกฎหมายหรือไม่ และมีความยินยอมเป็นหนังสือหรือไม่ การหักแบ่ง 10 งวดโดยไม่มีฐานทางกฎหมายยังถือว่าผิดกฎหมายทั้งหมด
มาตรา 57 กำหนดให้จ่ายค่าจ้างในวันลาป่วยไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี โดยนับเป็น "วันทำงาน" ไม่ใช่วันปฏิทิน และไม่มีเงื่อนไขใดที่ต้องป่วยจากสาเหตุเกี่ยวกับงาน
วันที่ 1–30 ของการลาป่วยในปีนั้น นายจ้างมีหน้าที่จ่ายค่าจ้างเต็ม และไม่สามารถเรียกคืนได้ตามกฎหมาย ส่วนวันที่ 31 เป็นต้นไป นายจ้างไม่มีหน้าที่จ่ายแล้ว แต่พนักงานอาจใช้สิทธิประกันสังคมกรณีเจ็บป่วยได้อีกส่วนหนึ่ง
ก่อนสั่งหักทุกครั้ง ต้องตอบให้ได้ว่า การหักนั้นเข้าเงื่อนไขที่กฎหมายอนุโลมหรือไม่ เช่น ภาษี ประกันสังคม หนี้สหกรณ์ หรือค่าเสียหายจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง และในกรณีที่ต้องได้รับความยินยอม มีหนังสือยินยอมเฉพาะเรื่องจากพนักงานหรือไม่
การหักเพื่อเรียกคืนค่าจ้างใน 30 วันแรก ทำไม่ได้เลย เพราะบริษัทมีหน้าที่จ่ายตามกฎหมาย ส่วนการหักเพื่อเรียกคืนส่วนที่จ่ายเกินโควตาต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือก่อนเสมอ
☑ ข้อ 1 — มีใบรับรองแพทย์หรือไม่ ถ้าลาป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป นายจ้างมีสิทธิขอใบรับรองแพทย์ได้ ถ้าไม่มีโดยไม่มีเหตุสมควร อาจไม่ต้องจ่ายค่าจ้างในวันนั้น
☑ ข้อ 2 — จำนวนวันที่จ่ายไปยังอยู่ในโควตา 30 วันทำงานต่อปีหรือไม่ ต้องนับรวมวันลาป่วยทั้งปี ไม่ใช่แค่กรณีนี้กรณีเดียว
☑ ข้อ 3 — บริษัทมีข้อบังคับหรือสวัสดิการที่ให้มากกว่ากฎหมายหรือไม่ ถ้ามี ต้องปฏิบัติตามนั้น ไม่ใช่ใช้เพียงขั้นต่ำตามกฎหมาย
☑ ข้อ 4 — อย่าปนสิทธิแรงงานกับสิทธิประกันสังคม ทั้งสองส่วนเป็นคนละกองทุน พนักงานอาจมีสิทธิรับทั้งสองส่วนตามเงื่อนไขของแต่ละระบบ
เมื่อทราบว่าพนักงานลาป่วยนาน ให้ดำเนินการตามลำดับดังนี้
สำหรับวันที่ 1–30: จ่ายค่าจ้างเต็มตามกฎหมาย ไม่สามารถเรียกคืนได้ ไม่ว่าสาเหตุการป่วยจะเป็นอะไร
สำหรับวันที่ 31 เป็นต้นไป: บริษัทไม่มีหน้าที่จ่าย ถ้าจ่ายไปแล้วและต้องการเรียกคืน ต้องขอความยินยอมเป็นหนังสือจากพนักงานก่อน โดยระบุรายละเอียดชัดเจนว่าหักเพราะอะไร จำนวนเท่าไร และแบ่งอย่างไร
หากพนักงานไม่ยินยอมคืนส่วนที่จ่ายเกิน: ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินว่ามีช่องทางทางกฎหมายในการเรียกคืนหรือไม่ และประเมินว่าต้นทุนในการดำเนินการสมเหตุสมผลกับจำนวนที่จะได้คืนหรือเปล่า อย่าหักเงินเดือนเองฝ่ายเดียวโดยไม่มีฐานทางกฎหมาย เพราะความเสี่ยงคดีแรงงานย้อนกลับอาจสูงกว่าเงินที่จะได้คืน
กฎหมายแรงงานไม่ได้แยกแยะว่าพนักงานป่วยเพราะอะไรก่อนให้สิทธิค่าจ้างวันลาป่วย เส้นแบ่งที่สำคัญคือ 30 วันทำงานต่อปี ไม่ใช่สาเหตุการป่วย และการหักเงินเดือนคืนโดยไม่มีความยินยอมเป็นหนังสือ ไม่ว่าจะหักครั้งเดียวหรือแบ่งกี่งวด ก็ยังเสี่ยงผิดกฎหมายเช่นเดิม
การรู้กรอบนี้ก่อนออกคำสั่ง คือความต่างระหว่างการจัดการเรื่องได้ถูกต้องตั้งแต่แรก กับการแก้ปัญหาภายใต้ความเสี่ยงคดีแรงงานที่ป้องกันได้

ถาม: พนักงานไม่มีใบรับรองแพทย์แต่บอกว่าป่วยอยู่บ้าน นายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างวันนั้นได้ไหม? ตอบ: ถ้าลาป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป นายจ้างมีสิทธิขอใบรับรองแพทย์ได้ตามกฎหมาย หากพนักงานไม่สามารถแสดงได้โดยไม่มีเหตุสมควร นายจ้างอาจไม่ต้องจ่ายค่าจ้างในวันนั้น สำหรับการลาป่วย 1–2 วัน โดยไม่มีใบรับรองแพทย์ มักต้องพิจารณาตามข้อบังคับของบริษัทและพฤติการณ์ประกอบ
ถาม: พนักงานลาป่วยครบ 30 วันทำงานในปีนี้แล้ว กลับมาลาป่วยอีก บริษัทต้องจ่ายค่าจ้างไหม? ตอบ: ไม่ต้องจ่ายในส่วนที่เกิน 30 วันทำงานต่อปีตามกฎหมาย แต่ถ้าบริษัทมีข้อบังคับที่ให้สิทธิมากกว่า ต้องปฏิบัติตามนั้น พนักงานอาจยังมีสิทธิใช้ประกันสังคมกรณีเจ็บป่วยได้อีกส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนละกองทุนกัน
ถาม: บริษัทจ่ายค่าจ้างเกินโควตา 30 วันไปแล้วหลายเดือน เพิ่งรู้ว่าไม่มีหน้าที่จ่าย ยังเรียกคืนได้ไหม? ตอบ: ยังมีช่องทาง แต่ต้องทำให้ถูกต้อง โดยขอให้พนักงานลงนามในหนังสือยินยอมชดใช้คืนที่ระบุรายละเอียดครบถ้วน หากพนักงานไม่ยินยอม ควรประเมินว่าจะดำเนินการทางกฎหมายหรือไม่โดยชั่งน้ำหนักต้นทุนกับประโยชน์ที่จะได้รับ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ
ถาม: บริษัทมีประกันกลุ่มคุ้มครองอยู่แล้ว ยังต้องจ่ายค่าจ้างวันลาป่วยอีกไหม? ตอบ: ใช่ การมีประกันกลุ่มไม่ตัดหน้าที่ตามกฎหมายแรงงาน บริษัทยังต้องจ่ายค่าจ้างในวันลาป่วยไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปีตามมาตรา 57 ทั้งสองส่วนเป็นคนละเรื่องกัน
ถาม: ต้องการปรึกษาเรื่องค่าจ้างวันลาป่วยหรือการหักเงินเดือน ต้องเตรียมอะไรบ้าง? ตอบ: เพียงนำเอกสารที่เกี่ยวข้องมาด้วย เช่น ใบรับรองแพทย์ ข้อบังคับการทำงาน และสลิปเงินเดือน แล้วเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทีมกฎหมายจะประเมินว่าแต่ละฝ่ายอยู่ในฐานะไหนและควรดำเนินการอย่างไร
มีข้อสงสัยเรื่องค่าจ้างวันลาป่วย การหักเงินเดือน หรือสิทธิตามกฎหมายแรงงาน? ทีมกฎหมายแรงงาน ไทยธนา ลอว์ เฟิร์ม พร้อมให้คำปรึกษา ทั้งฝั่งนายจ้างและลูกจ้าง 📞 063-210-6492 | 💬 Line: @thaitanalawfirm | ✉️ [email protected]
อ่านต่อ...
[ย้ายสถานประกอบกิจการ: สิทธิลูกจ้างและหน้าที่นายจ้าง]
[ยุบแผนกแล้วจ้าง Outsourcing แทน เลิกจ้างไม่เป็นธรรมไหม?]
Powered by Froala Editor