ตัวอย่างสมมติ ผู้อำนวยการฝ่ายขายมีสัญญาระบุให้บอกกล่าวล่วงหน้า 90 วัน บริษัทต้องการให้คืนอุปกรณ์และหยุดทำงานทันที แต่ในร่างหนังสือมีเพียงยอดเงินเดือนหนึ่งเดือน ฝ่าย HR เห็นว่าเป็นแบบที่บริษัทใช้มาตลอด ส่วนผู้บริหารเข้าใจว่าตนต้องได้รับเงินทุกอย่างต่ออีกสามเดือน
ก่อนเลือกว่าตัวเลขใดถูก ต้องเปิดดูว่าเงื่อนไข 90 วันใช้กับฝ่ายใด ใช้เมื่อใด และกำหนดผลของการให้ออกจากงานทันทีไว้อย่างไร การมีตัวเลขในสัญญาไม่ได้ตอบเรื่องโบนัส คอมมิชชั่น หรือสิทธิหุ้นทั้งหมดโดยตัวมันเอง
อ่านภาพรวมใน คู่มือเลิกจ้างและสิทธิเมื่อสิ้นสุดการจ้าง บทความนี้เจาะเรื่องสำหรับนายจ้างและผู้บริหารที่มีเงื่อนไขบอกกล่าวเฉพาะ โดยต้องอ่านสัญญาเต็มฉบับก่อนสรุปยอดและสถานะการจ้าง
📌 สรุปคำตอบสั้น ๆ
1. อ่านข้อกำหนด 90 วันทั้งข้อและข้อยกเว้น ไม่หยิบเฉพาะประโยคที่เห็นจากสัญญา
2. แยกเงินแทนช่วงบอกกล่าวออกจากสิทธิพ้นงานประเภทอื่น และหลีกเลี่ยงการนับซ้ำ
3. ตรวจว่าบริษัทเลิกจ้างทันทีหรือเพียงไม่ให้ทำงานระหว่างที่สัญญายังดำรงอยู่
บางสัญญาเขียนเรื่องการลาออกของผู้บริหาร บางฉบับกำหนดหน้าที่ทั้งสองฝ่าย และบางฉบับมีข้อเฉพาะเมื่อเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด ต้องอ่านรวมกับคำนิยามและส่วนว่าด้วยการสิ้นสุดสัญญา ไม่ควรถือว่าข้อกำหนดสำหรับฝ่ายหนึ่งใช้กับอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติ
กฎหมายเรื่องบอกกล่าวเป็นฐานที่ต้องตรวจประกอบ แต่ข้อตกลงที่ให้ประโยชน์เพิ่มเติมหรือมีเงื่อนไขเฉพาะต้องได้รับการประเมินด้วย การลงชื่อไว้ไม่ได้ทำให้ทุกข้อความใช้ได้โดยไม่ตรวจความเป็นธรรม และการเป็นผู้บริหารไม่ได้ตัดสิทธิลูกจ้างเพราะชื่อตำแหน่งเพียงอย่างเดียว
หนังสือที่ระบุสิ้นสุดการจ้างวันนี้กับหนังสือที่คงการจ้างต่ออีก 90 วันแต่ไม่ต้องเข้าทำงาน มีผลต่อการตรวจสิทธิและหน้าที่ต่างกัน ต้องอ่านสิ่งที่บริษัทแจ้งและดูการปฏิบัติจริง เช่น การจ่ายค่าจ้าง สิทธิประโยชน์ และข้อจำกัดในการเริ่มงานใหม่
คำว่า garden leave หรือ paid leave ไม่ควรถูกใช้แทนรายละเอียดโดยปล่อยให้แต่ละฝ่ายเข้าใจเอง ควรระบุช่วงเวลา สถานะ สวัสดิการที่ยังคงอยู่ และหน้าที่ส่งมอบงาน ส่วนความชอบด้วยกฎหมายของเงื่อนไขต้องตรวจรายกรณี ไม่ใช่เขียนชื่อภาษาอังกฤษแล้วใช้ได้ทันที
จัดรายการค่าตอบแทนประจำพร้อมที่มาของสิทธิ เช่น ค่าตำแหน่งและเงินประจำอื่น แล้วตรวจลักษณะเงินและข้อความที่สัญญากำหนดให้ใช้เมื่อจ่ายแทนการบอกกล่าว หากใช้คำว่าเงินเดือนรวมกับค่าตอบแทนในคนละข้อ ต้องตรวจว่าเป็นนิยามเดียวกันหรือไม่
โบนัสและค่าคอมมิชชั่นต้องดูช่วงผลงานกับวันที่เกิดสิทธิ สิทธิหุ้นหรือแผนจูงใจระยะยาวอาจอยู่ในเอกสารแยกและมีเงื่อนไขของนิติบุคคลอื่น ไม่ควรสรุปว่าต้องได้ทั้งหมดหรือถูกตัดทั้งหมดเพราะบริษัทจ่ายแทน 90 วัน รายการแต่ละอย่างต้องมีเอกสารรองรับของตน
หากมีเงินตามกฎหมายและตามสัญญาที่เกี่ยวกับการบอกกล่าว ให้ตรวจความสัมพันธ์ว่าเป็นสิทธิเพิ่มเติมต่างหากหรือเป็นการกำหนดระยะของหน้าที่เดียวกัน ไม่ควรนำยอดจากแต่ละสูตรมาบวกกันทันที หรือเลือกจ่ายเพียงฐานต่ำสุดโดยไม่อธิบายข้อความในสัญญา
แยกค่าชดเชย ค่าจ้างค้าง และสิทธิอื่นไว้คนละบรรทัด พร้อมระบุช่วงวันที่และฐานคำนวณ การทำตารางแบบนี้ช่วยให้เห็นว่ามีรายการใดซ้ำช่วงกัน และรายการใดยังไม่มีข้อมูลเพียงพอจะสรุป เมื่อเจรจาเงินเพิ่มก็ควรแยกให้เห็นต่างจากยอดที่ยอมรับว่าค้างอยู่แล้ว
ผู้บริหารอาจมีหน้าที่รักษาความลับ ไม่ชักชวนลูกค้า หรือส่งมอบอำนาจอนุมัติที่ต้องดำเนินต่อหลังพ้นงาน ต้องตรวจว่าร่างหนังสือหรือข้อตกลงใหม่กำลังเพิ่มภาระจากสัญญาเดิมหรือไม่ และภาระนั้นเหมาะสมเพียงใด ไม่ควรแนบเงื่อนไขใหม่โดยอ้างว่าเป็นแค่ใบรับเงิน
กรณีมีตำแหน่งกรรมการบริษัทหรืออำนาจลงนามด้วย ต้องแยกการสิ้นสุดสถานะลูกจ้างออกจากขั้นตอนเกี่ยวกับตำแหน่งและอำนาจดังกล่าว การคืนคอมพิวเตอร์หรือปิดอีเมลไม่ได้ทำให้ทุกฐานะสิ้นสุดพร้อมกันโดยอัตโนมัติ ควรมีรายการงานและผู้รับผิดชอบแต่ละส่วน
⚖️ เลนส์ทนายไทยธนา
คนทั่วไปมักเข้าใจว่า... ตรวจหลักบอกกล่าวตามมาตรา 17 และ 17/1 ประกอบข้อตกลงที่ใช้กับผู้บริหารจริง
แต่ในทางคดี ศาลและกฎหมายมักมองว่า... ข้อความ 90 วันต้องอ่านร่วมกับคำนิยาม เหตุสิ้นสุด และข้อยกเว้นทั้งฉบับ
จุดเสี่ยงจริงอยู่ตรงนี้... เอกสารโบนัสและแผนหุ้นอาจมีผู้ผูกพันและเงื่อนไขต่างจากสัญญาจ้าง
ทางเลือกที่ควรทำต่อคือ... หนังสือแจ้งและตารางเงินต้องบอกสถานะกับช่วงเวลาเดียวกัน ไม่ให้แต่ละฝ่ายตีความต่าง
✔ สัญญาจ้างฉบับลงนามและเอกสารแก้ไขเพิ่มเติมทั้งหมด
✔ ข้อกำหนดการสิ้นสุดสัญญาและเหตุยกเว้นที่บริษัทจะอ้าง
✔ หนังสือปรับตำแหน่งและค่าตอบแทนล่าสุด
✔ แผนโบนัส คอมมิชชั่น และสิทธิหุ้นที่เกี่ยวข้อง
✔ ร่างหนังสือที่ระบุวันหยุดทำงานและวันสิ้นสุดสถานะ
✔ ตารางรายการเงินที่แยกสิทธิและช่วงเวลาครอบคลุม
✔ ข้อตกลงความลับและข้อจำกัดหลังพ้นงานทั้งเดิมและใหม่
✔ ข้อมูลตำแหน่งกรรมการหรืออำนาจลงนามที่ต้องจัดการแยก
บริษัท ไทยธนา ลอว์ เฟิร์ม ให้บริการตรวจและแก้สัญญาผู้บริหาร รวมถึงเอกสารพ้นงานและข้อเสนอชำระเงิน โดยพิจารณาฝ่ายที่มอบหมายและตรวจความขัดกันของผลประโยชน์ก่อนรับงาน เพื่อให้คำแนะนำเรื่องสิทธิและแนวทางเจรจาอยู่บนเอกสารที่เกี่ยวข้องครบชุด
90 วันเท่ากับสามเดือนเสมอไหม?
ควรใช้ถ้อยคำและวิธีนับตามข้อตกลงที่ตรวจแล้ว เพราะจำนวนวันกับจำนวนเดือนอาจให้วันสิ้นสุดต่างกัน
สัญญาพูดเฉพาะการลาออก นำมาใช้ตอนบริษัทเลิกจ้างได้ไหม?
ต้องตีความจากข้อความทั้งหมดและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรขยายให้ใช้ทั้งสองฝ่ายโดยอัตโนมัติ
ให้ออกจากงานทันทีแล้วผ่อนจ่ายแทน 90 วันได้ไหม?
ต้องตรวจลักษณะเงินและกำหนดชำระตามกฎหมายก่อน ข้อเสนอผ่อนไม่ทำให้หน้าที่ตามกฎหมายเลื่อนเอง
ต้องได้ค่าชดเชยเพิ่มจากเงินบอกกล่าวไหม?
เป็นคนละสิทธิที่ต้องตรวจเหตุและเงื่อนไขแยกกัน ไม่ควรใช้ยอดรวมเดียวตอบโดยยังไม่ประเมิน
ยังมีประกันสุขภาพระหว่าง 90 วันหรือไม่?
ขึ้นอยู่กับสถานะการจ้าง ข้อตกลง และเงื่อนไขสวัสดิการหรือกรมธรรม์ที่เกี่ยวข้อง ต้องตรวจวันสิ้นสิทธิให้ชัด
ควรส่งสัญญาให้ทนายก่อนหรือหลังรับเงิน?
ก่อนยืนยันข้อเสนอจะช่วยตรวจเงื่อนไขและประเด็นที่ต้องสอบถามได้ทัน โดยไม่ควรลงนามข้อความที่ยังไม่เข้าใจเพื่อให้ทันวันนัด
เมื่อสถานะและช่วงเวลาชัด จึงค่อยตรวจว่าเงินประเภทใดเกิดสิทธิแล้ว รายการใดต้องคำนวณ และเงื่อนไขใดยังต้องต่อรอง การทำงานจากเอกสารเต็มชุดช่วยให้ทั้งบริษัทและผู้บริหารไม่ตัดสินใจจากเพียงยอดเงินเดือนคูณจำนวนเดือน
🔗 บทความที่เกี่ยวข้อง
📞 ต้องการตรวจสัญญา 90 วันก่อนสรุปข้อเสนอ?
เตรียมสัญญาฉบับลงนาม ร่างหนังสือพ้นงาน และข้อมูลค่าตอบแทน เพื่อประเมินขอบเขตงานตรวจสิทธิและเอกสารที่ยังขาด ดูรายละเอียดได้ที่ บริการทนายคดีแรงงาน
บทความนี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะคดี เพราะแต่ละกรณีต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานประกอบ
Powered by Froala Editor