สมมติว่า บริษัทตรวจพบยอดสต็อกไม่ตรงกับระบบ ผู้จัดการขอให้ HR ส่งพนักงานคลังสินค้ากลับบ้านทันที พร้อมข้อความว่า “พักงานจนกว่าจะสอบสวนเสร็จ ไม่จ่ายค่าจ้าง” HR เปิดข้อบังคับแล้วพบเพียงหัวข้อโทษทางวินัย แต่ไม่มีข้อความเรื่องพักงานระหว่างสอบสวน คำถามจึงไม่ได้อยู่แค่ว่าจะสอบสวนกี่วัน แต่บริษัทมีอำนาจออกคำสั่งแบบนี้หรือไม่
📌 สรุปคำตอบสั้น ๆ
1. การพักงานระหว่างสอบสวนต้องมีอำนาจตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างก่อน ไม่ใช่อำนาจที่เกิดจากความสงสัยเพียงอย่างเดียว
2. คำสั่งต้องทำเป็นหนังสือ ระบุความผิดที่กล่าวหา กำหนดเวลาไม่เกิน 7 วัน และแจ้งให้ลูกจ้างทราบก่อนพักงาน
3. ระหว่างพักงานต้องจ่ายตามอัตราที่กำหนดไว้ แต่ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของค่าจ้างในวันทำงานก่อนพักงาน หากสอบสวนแล้วไม่มีความผิด ต้องจัดการค่าจ้างส่วนที่ขาดและดอกเบี้ยตามกฎหมาย
ต้องอ่านว่าข้อนั้นรองรับการพักงานระหว่างสอบสวนจริงหรือเป็นโทษหลังพบความผิด การมีคำว่า “พักงาน” ไม่ได้ตอบเรื่องอำนาจ ขั้นตอน หรือค่าจ้างครบในตัวเอง
ร้อยละ 50 เป็นขั้นต่ำตามมาตรา 116 หากข้อบังคับหรือข้อตกลงกำหนดให้จ่ายมากกว่านั้น ต้องตรวจสิทธิที่กำหนดไว้ด้วย ไม่ควรลดลงเองเพราะเห็นตัวเลขขั้นต่ำ
อย่าใช้การออกหนังสือฉบับใหม่เป็นวิธีต่อเวลาพักงานในข้อกล่าวหาเดิมโดยอัตโนมัติ การสอบสวนที่ยังไม่จบไม่ได้ทำให้เพดานเวลาหายไป
ลายเซ็นรับทราบคำสั่งกับคำรับสารภาพเป็นคนละเรื่อง ต้องเขียนช่องลงนามให้ชัด และเปิดโอกาสให้ลูกจ้างชี้แจงข้อกล่าวหา
⚖️ เลนส์ทนายไทยธนา
คนทั่วไปมักเข้าใจว่า... นายจ้างสงสัยว่าพนักงานทำผิดจึงส่งกลับบ้านไว้ก่อนได้
แต่ในทางคดี ศาลและกฎหมายมักมองว่า... ต้องพิจารณาอำนาจพักงานและเงื่อนไขตามมาตรา 116 แยกจากข้อเท็จจริงว่าลูกจ้างกระทำผิดหรือไม่
จุดเสี่ยงจริงอยู่ตรงนี้... ข้อบังคับเขียนไม่ครบ แต่คำสั่งระบุพักงานไม่มีกำหนดและฝ่ายเงินเดือนหยุดจ่ายทันที
ทางเลือกที่ควรทำต่อคือ... ตรวจข้อความในข้อบังคับควบคู่กับแบบคำสั่ง แล้วกำหนดผู้รับผิดชอบนับวันและปรับยอดค่าจ้างตั้งแต่ก่อนเริ่มพักงาน
ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 116 ในกรณีสอบสวนลูกจ้างซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด นายจ้างจะสั่งพักงานระหว่างสอบสวนไม่ได้ เว้นแต่ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างให้อำนาจไว้ ข้อความในสัญญาหรือเอกสารที่บริษัทใช้จึงต้องตรวจฐานและความสอดคล้องให้ชัด ไม่ใช่เติมประโยคในคำสั่งเฉพาะครั้งแล้วถือว่ามีอำนาจ
เมื่อมีฐานอำนาจแล้ว ยังต้องทำคำสั่งเป็นหนังสือ ระบุความผิด กำหนดระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน และแจ้งก่อนพักงาน ควรระบุวันเริ่มกับวันสิ้นสุดให้แน่นอน แทนคำว่า “จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง” และไม่เขียนขยายเป็น 7 วันทำงานโดยไม่มีการตรวจข้อกฎหมาย
ส่วนเงินระหว่างพักงาน ให้ตรวจอัตราที่ข้อบังคับหรือข้อตกลงกำหนดไว้ โดยต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของค่าจ้างในวันทำงานที่ได้รับก่อนสั่งพักงาน รายการใดเป็นค่าจ้างต้องดูข้อเท็จจริงการจ่าย ไม่ใช่ยึดเฉพาะชื่อเงินเดือนบนสลิป
มาตรา 117 กำหนดให้จ่ายค่าจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานนับแต่วันที่ถูกสั่งพักงาน โดยนำเงินที่จ่ายระหว่างพักงานมาหักเป็นส่วนหนึ่งได้ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี เงินที่จ่ายครึ่งหนึ่งก่อนหน้านั้นจึงไม่ใช่ยอดสุดท้ายเมื่อผลสอบสวนพบว่าไม่มีความผิด
ตัวอย่างสมมติ ลูกจ้างมีค่าจ้างในวันทำงานวันละ 1,000 บาท และมีช่วงพักงานที่ต้องคำนวณค่าจ้าง 5 วัน รวม 5,000 บาท หากบริษัทจ่ายไปแล้ว 2,500 บาท เมื่อพบว่าไม่มีความผิด ยังคงต้องชำระส่วนต่าง 2,500 บาทและดอกเบี้ยตามกฎหมาย ตัวอย่างนี้ใช้ตัวเลขเพื่ออธิบายเท่านั้น การนับวันและฐานเงินของลูกจ้างจริงต้องตรวจอีกครั้ง
แยกหมวดหรือหัวข้อของการพักงานระหว่างสอบสวนออกจากโทษทางวินัย ระบุผู้มีอำนาจสั่ง เงื่อนไขการใช้ ระยะเวลาภายในกรอบกฎหมาย อัตราเงินที่จ่าย วิธีแจ้งคำสั่ง และการจัดการเงินเมื่อผลสอบสวนไม่พบความผิด แล้วตรวจว่าแบบฟอร์มของ HR ใช้คำเดียวกัน
หากครบกำหนดแล้วแต่ยังสอบสวนไม่เสร็จ ต้องประเมินการกลับเข้าทำงานและมาตรการอื่นที่ชอบด้วยกฎหมายตามข้อเท็จจริง การจ่ายเต็มจำนวนไม่ได้แปลว่าบริษัทสามารถเรียกทุกมาตรการว่าไม่ใช่การพักงานเพื่อหลีกเงื่อนไขได้
การพักงานไม่ได้ทำให้ข้อกล่าวหากลายเป็นความผิด บริษัทควรเก็บบันทึกการชี้แจง หลักฐานที่สนับสนุนและหักล้าง ตลอดจนเหตุผลของผู้วินิจฉัยให้แยกจากคำสั่งพักงาน ดูแนวทาง สอบสวนภายในองค์กรก่อนลงโทษ เพื่อออกแบบขั้นตอนให้ต่อเนื่อง
✔ พบข้อความที่ให้อำนาจพักงานระหว่างสอบสวนในเอกสารที่ใช้บังคับจริง
✔ แยกการพักงานเพื่อสอบสวนออกจากการพักงานเป็นโทษ
✔ คำสั่งระบุข้อกล่าวหา วันเริ่ม และวันสิ้นสุดไม่เกินกรอบกฎหมาย
✔ มีหลักฐานแจ้งคำสั่งก่อนเริ่มพักงาน
✔ กำหนดฐานค่าจ้างและอัตราที่ต้องจ่ายไว้ชัดเจน
✔ ผู้รับผิดชอบติดตามกำหนดวันและแจ้งฝ่ายเงินเดือนแล้ว
✔ มีขั้นตอนคืนส่วนต่างและดอกเบี้ยเมื่อไม่พบความผิด
ให้ตรวจฐานอำนาจและมาตรการรักษาหลักฐานโดยเร็วได้ แต่ความเร่งด่วนไม่ใช่เหตุยกเว้นขั้นตอนพักงาน ควรเตรียมเอกสารมาตรฐานไว้ก่อนเกิดเหตุ
ต้องมีหลักฐานการแจ้งที่เหมาะสมตามข้อเท็จจริง การไม่เซ็นไม่ทำให้หนังสือที่เนื้อหาไม่ชอบกลายเป็นหนังสือที่ชอบ และไม่ควรบังคับให้ลงนามยอมรับผิด
มาตรา 117 กล่าวถึงกรณีปรากฏว่าไม่มีความผิด หากผลสอบสวนเป็นอย่างอื่น ต้องตรวจฐานอำนาจ ความชอบของคำสั่ง และข้อกำหนดการจ่าย ไม่ควรสรุปว่าริบหรือหักเงินส่วนอื่นได้ทันที
ขั้นที่ 1 รวบรวมข้อบังคับฉบับใช้จริง ข้อตกลงสภาพการจ้าง และสัญญาของผู้เกี่ยวข้อง
ขั้นที่ 2 แยกข้อกล่าวหาออกจากข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ พร้อมระบุเหตุจำเป็นของมาตรการ
ขั้นที่ 3 ตรวจอำนาจและจัดทำคำสั่งที่ระบุวันกับอัตราเงินอย่างชัดเจน
ขั้นที่ 4 แจ้งคำสั่งก่อนเริ่มพักงานและเก็บหลักฐานการแจ้งอย่างเหมาะสม
ขั้นที่ 5 ดำเนินการสอบสวนพร้อมติดตามกำหนดพักงาน โดยไม่ต่อเวลาอัตโนมัติ
ขั้นที่ 6 แจ้งผล ประเมินการทำงานต่อ และกระทบยอดเงินรวมถึงดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย
• คำสั่งเขียนว่า “พักงานไม่รับค่าจ้างจนกว่าคดีจะสิ้นสุด”
• ข้อบังคับมีเพียงตารางโทษ แต่ไม่มีอำนาจพักงานระหว่างสอบสวน
• ฝ่ายเงินเดือนหยุดเงินก่อนมีคำสั่งและก่อนแจ้งลูกจ้าง
• บริษัทนับ 7 วันเฉพาะวันที่สำนักงานเปิด
• ผลสอบสวนไม่พบความผิด แต่ไม่มีผู้รับผิดชอบคืนส่วนต่าง
• ผู้สอบสวนใช้หนังสือพักงานเป็นหลักฐานว่าลูกจ้างผิดแล้ว
ไทยธนาสามารถตรวจข้อบังคับฉบับเดิมเทียบกับแบบคำสั่งและขั้นตอนที่บริษัทใช้จริง ระบุจุดที่ข้อความขัดกัน แล้วเสนอการแก้ไขให้ครอบคลุมอำนาจพักงานและการส่งงานระหว่าง HR ผู้สอบสวนกับฝ่ายเงินเดือน ขอบเขตงานควรตกลงตามเอกสารและลักษณะกิจการ ไม่ใช่เปลี่ยนเพียงหัวกระดาษของแบบฟอร์ม
พักงานสอบสวนเกิน 7 วันได้ไหม
มาตรา 116 กำหนดระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน การสอบสวนยังไม่เสร็จไม่ใช่เหตุให้ต่อคำสั่งเดิมได้อัตโนมัติ ต้องแยกการสอบสวนต่อจากมาตรการไม่ให้ทำงาน
ไม่มีข้อบังคับรองรับ แต่ผู้จัดการอนุมัติแล้วพอไหม
การอนุมัติภายในไม่แทนฐานอำนาจที่มาตรา 116 กำหนด ต้องตรวจข้อบังคับหรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างก่อน
จ่ายค่าจ้าง 50% ถือว่าถูกต้องเสมอหรือไม่
ไม่เสมอ ต้องดูอัตราที่กำหนดไว้ด้วย ร้อยละ 50 เป็นขั้นต่ำ และการจ่ายเงินไม่แก้ข้อบกพร่องเรื่องอำนาจหรือระยะเวลาพักงาน
พักงานเป็นโทษกับพักงานสอบสวนเหมือนกันไหม
ไม่เหมือนกัน บทความนี้กล่าวถึงการพักงานระหว่างสอบสวน ส่วนโทษทางวินัยต้องตรวจเงื่อนไขและความชอบของโทษแยกต่างหาก
ไม่พบความผิดต้องคืนอะไรบ้าง
ต้องพิจารณาค่าจ้างเต็มตามมาตรา 117 หักเงินที่จ่ายระหว่างพักงานแล้ว พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีตามกฎหมาย
จะส่งเอกสารอะไรให้ทนายตรวจ
ส่งข้อบังคับ ข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง แบบคำสั่งพักงาน ข้อมูลค่าจ้าง และลำดับเหตุการณ์ โดยส่งผ่านช่องทางที่ตกลงกันและจำกัดข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็น
ก่อนใช้คำสั่งพักงานครั้งต่อไป ลองให้ HR ชี้ให้ได้ว่าอำนาจอยู่ที่ข้อใด วันสิ้นสุดคือวันไหน และใครเป็นคนปรับยอดเงินหลังทราบผล หากยังตอบไม่ได้ ควรตรวจระบบเอกสารก่อนใช้คำสั่งจริง
🔗 บทความที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 116–117
ตรวจบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องสำหรับบทความวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ข้อความตัวอย่างไม่ใช่แบบสัญญาพร้อมใช้ และไม่ได้รับรองผลของข้อพิพาทรายใด
📞 ตรวจข้อบังคับและคำสั่งพักงานก่อนเกิดข้อพิพาท
นำข้อบังคับและแบบคำสั่งที่บริษัทใช้อยู่มาคุยเรื่องขอบเขตการตรวจเอกสาร ดูรายละเอียดได้ที่ บริการร่างข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
บทความนี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะคดี เพราะแต่ละกรณีต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานประกอบ
Powered by Froala Editor