ลาออกมาเป็นเดือนแล้ว เงินเดือนงวดสุดท้ายยังไม่เข้า ทวงไปก็ได้แต่คำว่า "รอฝ่ายบัญชีก่อนนะ" ส่วนเงินประกันการทำงานที่ถูกหักไว้ตอนเข้างานก็เงียบหาย คำถามคือ ลาออกแล้วไม่ได้เงินเดือนแบบนี้กฎหมายให้เวลานายจ้างนานแค่ไหน และต้องทวงอย่างไรถึงจะได้เงินจริง ไม่ใช่แค่รอไปเรื่อย ๆ
ข่าวดีคือกฎหมายกำหนดกรอบเวลาไว้ชัดเจนมาก และมีบทลงโทษเรื่องดอกเบี้ยที่หลายคนไม่รู้ว่าเรียกได้ บทความนี้จะบอกว่าเงินแต่ละก้อนต้องได้ภายในกี่วัน และวางขั้นบันไดการทวงตั้งแต่เบาไปหนักให้ใช้ได้จริง (ภาพรวมสิทธิและเงินที่ต้องได้ตอนลาออก ดูที่ ลาออกอย่างไรไม่ให้กลายเป็นคดี สิทธิและเงินที่ต้องได้)
📌 สรุปคำตอบสั้น ๆ ก่อน
1. เมื่อสัญญาจ้างสิ้นสุด นายจ้างต้องจ่าย ค่าจ้างและเงินที่ค้างภายใน 3 วัน นับแต่วันที่เลิกจ้าง/สิ้นสุดสัญญา (มาตรา 70 วรรคท้าย)
2. เงินประกันการทำงานต้องคืนภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ลูกจ้างลาออกหรือถูกเลิกจ้าง (มาตรา 10 วรรคสอง)
3. จ่ายช้า = ต้องเสียดอกเบี้ยให้ลูกจ้างร้อยละ 15 ต่อปี ระหว่างผิดนัด (มาตรา 9) — เรียกได้ ไม่ใช่แค่ได้เงินต้นคืน
4. นายจ้าง เรียกเงินประกันได้เฉพาะงานบางลักษณะที่ลูกจ้างต้องรับผิดเกี่ยวกับเงินหรือทรัพย์สินของนายจ้างเท่านั้น ไม่ใช่ทุกตำแหน่ง
5. ทวงเป็นขั้น: ทวงเป็นลายลักษณ์อักษร → ร้องพนักงานตรวจแรงงาน (คร.7) → ฟ้องศาลแรงงาน อย่าปล่อยจนขาดอายุความ
| เงินที่ต้องได้ | กรอบเวลาตามกฎหมาย | ฐานกฎหมาย |
| ค่าจ้างงวดสุดท้าย + ค่าล่วงเวลา/ค่าทำงานวันหยุดที่ค้าง | ภายใน 3 วัน นับแต่วันสิ้นสุดการจ้าง | ม.70 วรรคท้าย |
| เงินประกันการทำงาน | ภายใน 7 วัน นับแต่วันลาออก/เลิกจ้าง | ม.10 วรรคสอง |
| ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังไม่ได้ใช้ | จ่ายเมื่อสิ้นสุดการจ้าง (ตามหลักเกณฑ์กรณีลาออก) | ม.67 |
| จ่ายช้ากว่ากำหนด | เสียดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ระหว่างเวลาผิดนัด (ม.9) | |
สังเกตว่ากรอบเวลาสั้นกว่าที่หลายบริษัทอ้างมาก คำว่า "รอรอบจ่ายเดือนหน้า" หรือ "รอปิดบัญชีก่อน" ไม่ใช่เหตุผลที่กฎหมายรับรอง เมื่อพ้นกำหนดแล้วยังไม่จ่าย นายจ้างตกเป็นผู้ผิดนัดและต้องรับผิดเรื่องดอกเบี้ยเพิ่มจากเงินต้น

หลายคนถูกหักเงินประกันตั้งแต่วันเริ่มงานโดยไม่รู้ว่ากฎหมายจำกัดไว้ มาตรา 10 วางหลักว่า ห้ามนายจ้างเรียกหรือรับเงินประกันการทำงานหรือเงินประกันความเสียหาย เว้นแต่ลักษณะหรือสภาพของงานที่ทำนั้นลูกจ้างต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพย์สินของนายจ้าง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่นายจ้างได้ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ถ้าเป็นงานที่เรียกเงินประกันไม่ได้: การเรียกเก็บนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่ต้น ลูกจ้างเรียกคืนได้
ถ้าเป็นงานที่เรียกได้: เมื่อสัญญาจ้างสิ้นสุด นายจ้างต้องคืนพร้อมดอกเบี้ย (ถ้ามี) ภายใน 7 วัน
อ้าง "ลาออกไม่ครบ 30 วัน" เพื่อยึดเงินประกัน: เป็นคนละเรื่องกัน — ถ้านายจ้างเห็นว่าเสียหายต้องไปพิสูจน์ตามกระบวนการ ไม่ใช่ยึดเอาเอง (อ่านเพิ่มที่ ลาออกไม่ครบ 30 วัน นายจ้างหักเงินเดือนได้ไหม)

ขั้นที่ 1 — รวบรวมหลักฐานก่อนทวง: สัญญาจ้าง สลิปเงินเดือนย้อนหลัง หลักฐานการหักเงินประกัน ใบลาออกและวันที่มีผล บันทึกการทวงถามที่ผ่านมา (แชต/อีเมล)
ขั้นที่ 2 — ทวงเป็นลายลักษณ์อักษร: ส่งอีเมลหรือหนังสือทวงถาม ระบุจำนวนเงินแต่ละก้อน วันที่ครบกำหนดตามกฎหมาย และกำหนดเวลาให้ชำระ — เอกสารนี้จะกลายเป็นหลักฐานสำคัญในขั้นถัดไป
ขั้นที่ 3 — ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน (คร.7): ฟรี ไม่ต้องมีทนาย และมีกรอบเวลาออกคำสั่งชัดเจน เหมาะกับเงินที่จำนวนชัดตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
ขั้นที่ 4 — ฟ้องศาลแรงงาน: เหมาะเมื่อมีประเด็นซับซ้อนหรือมีข้อเรียกร้องอื่นพ่วง คดีแรงงานได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมศาล
ข้อควรรู้คือ สองช่องทางหลัง (คร.7 กับ ฟ้องศาล) เลือกทางใดทางหนึ่งสำหรับเงินก้อนเดียวกัน เดินพร้อมกันไม่ได้ วิธีเลือกให้ตรงกับเคสของคุณเทียบไว้ที่ ร้อง คร.7 หรือฟ้องศาลแรงงาน เลือกทางไหนดี และอย่าลืมว่า อายุความค่าจ้างและค่าล่วงเวลาสั้นเพียง 2 ปี การปล่อยไว้นานทำให้สิทธิหายไปเฉย ๆ
อีกก้อนที่มักถูกลืมคือเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งมีกลไกและกรอบเวลาต่างหากจากเงินเดือน ดูรายละเอียดได้ที่ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเมื่อลาออกหรือถูกเลิกจ้าง ได้เงินเมื่อไหร่
⚖️ เลนส์ทนายไทยธนา
คนทั่วไปมักเข้าใจว่า... เงินเดือนงวดสุดท้ายกับเงินประกัน "ต้องรอรอบจ่ายถัดไป" หรือ "รอบริษัทเคลียร์เสร็จ" จึงรอเงียบ ๆ เป็นเดือน
แต่ในมุมทนาย... กฎหมายกำหนดกรอบเวลาไว้สั้นและชัด — ค่าจ้างที่ค้างเมื่อสิ้นสุดสัญญาต้องจ่ายใน 3 วัน เงินประกันต้องคืนใน 7 วัน และเมื่อเลยกำหนดนายจ้างต้องเสียดอกเบี้ย 15% ต่อปี การรอเฉย ๆ นอกจากไม่ได้เงินเร็วขึ้นแล้ว ยังทำให้หลักฐานจางและเสี่ยงขาดอายุความ 2 ปีสำหรับค่าจ้าง
สิ่งที่ควรทำคือ... ทวงเป็นลายลักษณ์อักษรทันทีที่เลยกำหนด ระบุจำนวนและวันครบกำหนดให้ชัด เก็บหลักฐานทุกชิ้น แล้วเดินต่อไปที่ คร.7 หรือศาลแรงงานถ้ายังเงียบ
❓ บริษัทบอกว่าจะจ่ายพร้อมรอบเงินเดือนเดือนหน้า ทำได้ไหม
เมื่อสัญญาจ้างสิ้นสุดแล้ว กฎหมายกำหนดให้จ่ายเงินที่ค้างภายใน 3 วัน การเลื่อนไปรอบถัดไปทำให้ตกเป็นผู้ผิดนัดและต้องเสียดอกเบี้ย 15% ต่อปี ลูกจ้างไม่จำเป็นต้องยอมรับกำหนดใหม่ที่บริษัทตั้งเอง
❓ บริษัทยึดเงินประกันอ้างว่าส่งมอบงานไม่ครบ ทำได้ไหม
เงินประกันมีไว้เพื่อประกันความเสียหายตามที่กฎหมายกำหนด การจะหักต้องมีความเสียหายจริงและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ไม่ใช่ยึดไว้เพื่อกดดัน หากไม่คืนภายใน 7 วันสามารถร้องเรียนหรือฟ้องได้
❓ เรียกดอกเบี้ยได้จริงหรือ ต้องขอเองไหม
กฎหมายกำหนดให้นายจ้างที่ผิดนัดต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ในทางปฏิบัติควรระบุข้อเรียกร้องเรื่องดอกเบี้ยไว้ในหนังสือทวงถามและในคำร้อง/คำฟ้องด้วย เพื่อไม่ให้ตกหล่น
ลาออกแล้วบริษัทเงียบไม่ใช่เรื่องที่ต้องยอม กฎหมายให้เวลาจ่ายค่าจ้างที่ค้างเพียง 3 วัน และคืนเงินประกันภายใน 7 วัน เลยกำหนดคือผิดนัดและต้องเสียดอกเบี้ย 15% ต่อปี วิธีที่ได้ผลคือทวงเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมตัวเลขและวันครบกำหนด เก็บหลักฐานให้ครบ แล้วใช้ช่องทาง คร.7 หรือศาลแรงงานถ้าจำเป็น อย่าปล่อยจนขาดอายุความ
ทวงแล้วยังเงียบ ไม่รู้จะเดินทางไหนต่อ?
ทีม ทนายคดีแรงงาน ไทยธนา ช่วยคำนวณยอดที่ควรได้พร้อมดอกเบี้ย ร่างหนังสือทวงถาม และเลือกช่องทางที่เร็วที่สุดสำหรับเคสของคุณ ปรึกษากฎหมายเบื้องต้นฟรี ทนายโทรกลับภายใน 24 ชม.
📞 02-6429950, 02-6429951 | สายด่วน 063-2106492 | LINE: @thaitanalawfirm
บทความนี้ให้ข้อมูลทางกฎหมายเบื้องต้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (มาตรา 9, 10, 67 และ 70) ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายเฉพาะกรณี หลักเกณฑ์เรื่องเงินประกันการทำงานมีรายละเอียดตามประกาศที่เกี่ยวข้อง ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดและปรึกษาทนายความก่อนดำเนินการ
Powered by Froala Editor