โลโก้ บริษัท ไทยธนา ลอว์ เฟิร์ม จำกัดไทยธนา ลอว์ เฟิร์มทนายแรงงานฝ่ายนายจ้าง • ก่อตั้ง พ.ศ. 2547
ทำงานเป็นความลับสูงสุด

พบพนักงานทุจริตหรือกระทำผิดร้ายแรง? ให้ทนายช่วยสอบสวน รวบรวมหลักฐาน และวางแผนเลิกจ้างให้ถูกกฎหมาย

ความโกรธทำให้นายจ้างจำนวนมาก “เลิกจ้างก่อน หาหลักฐานทีหลัง” — แล้วจบด้วยการแพ้คดีให้พนักงานที่ทุจริตจริง เพราะขั้นตอนผิด กรณีร้ายแรงแบบนี้ ลำดับขั้นตอนสำคัญเท่ากับตัวหลักฐาน

ให้บริการเฉพาะฝ่ายนายจ้าง ทำงานเป็นความลับสูงสุด ครอบคลุมทั้งวินัย แพ่ง และอาญา
อย่าเพิ่งแจ้งเลิกจ้างหรือเผชิญหน้ากับพนักงาน จนกว่าจะวางแผนหลักฐานเสร็จ
20+ ปีก่อตั้ง พ.ศ. 2547
4.9Google รีวิว 100+ ราย
3 แนวคดีวินัย • แพ่ง • อาญา
ปิดลับไม่กระทบงานประจำวัน

กรณีทุจริตและความผิดร้ายแรงที่เรารับดูแล

เลิกจ้างคนทุจริตแบบผิดขั้นตอน = บริษัทกลายเป็นฝ่ายแพ้

ช่วงเวลาระหว่าง “รู้เหตุ” ถึง “แจ้งเลิกจ้าง” คือช่วงชี้ขาดคดี
ปรึกษาก่อนเดินหมากตัวแรก ข้อมูลเป็นความลับสูงสุด

เลนส์ทนายไทยธนา

  1. คนทั่วไปมักเข้าใจว่า... จับได้ว่าพนักงานทุจริต ก็ไล่ออกได้ทันทีโดยไม่ต้องจ่ายอะไร เพราะ “เขาผิดชัด ๆ”
  2. แต่ในทางคดี ศาลหรือกฎหมายมักมองว่า... “ผิดชัดในสายตานายจ้าง” กับ “พิสูจน์ได้ในศาล” เป็นคนละเรื่องกัน — ศาลดูพยานหลักฐาน เส้นทางการเงิน เอกสาร และกระบวนการสอบสวน ไม่ใช่ความเชื่อของฝ่ายบริหาร และภาระการพิสูจน์เหตุตามมาตรา 119 อยู่ที่นายจ้าง
  3. จุดเสี่ยงจริงอยู่ตรงนี้... ช่วงเวลาระหว่าง “รู้เหตุ” ถึง “แจ้งเลิกจ้าง” คือช่วงชี้ขาดคดี — หลักฐานที่เก็บในช่วงนี้ด้วยวิธีถูกต้อง ใช้ได้ทั้งคดีแรงงาน คดีแพ่ง และคดีอาญา แต่ถ้าเก็บผิดวิธีหรือด่วนเลิกจ้างก่อน โอกาสนั้นจะไม่กลับมาอีก
  4. ทางเลือกที่ควรทำต่อคือ... หยุด อย่าเพิ่งแจ้งเลิกจ้างหรือเผชิญหน้า — ให้ทนายวางแผนสอบสวนก่อน เพื่อออกแบบลำดับ: เก็บหลักฐาน → เชิญชี้แจง → สรุปผล → เลิกจ้างพร้อมหนังสือที่ระบุเหตุครบ → (ถ้าต้องการ) ดำเนินคดีเรียกเงินคืน

บริการครบวงจร ตั้งแต่สอบสวนจนถึงดำเนินคดี

1

วางแผนสอบสวนข้อเท็จจริง

ลำดับขั้นตอน ผู้เกี่ยวข้อง และวิธีเก็บหลักฐานที่ใช้ในศาลได้

2

ร่างหนังสือเชิญชี้แจง

เปิดโอกาสให้พนักงานชี้แจงอย่างถูกขั้นตอน ปิดข้อโต้แย้งเรื่องความไม่เป็นธรรม

3

ร่างคำถามสอบสวนและร่วมสอบสวน

ทนายออกแบบคำถามหรือเข้าร่วมเป็นกรรมการสอบสวน

4

ตรวจหลักฐานและพยาน

เอกสารการเงิน ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ กล้องวงจรปิด ประเมินน้ำหนักก่อนใช้จริง

5

ประเมินว่าเข้าข่ายความผิดร้ายแรงตามมาตรา 119 หรือไม่

พร้อมทางเลือกกรณีหลักฐานยังไม่พอ

6

ร่างหนังสือเลิกจ้าง

ระบุเหตุครบถ้วน รักษาสิทธิไม่จ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย

7

ดำเนินคดีแพ่งหรืออาญาต่อพนักงาน

เรียกเงินคืน แจ้งความ ยึดทรัพย์ ตามความเหมาะสมของกรณี

8

รับแก้ต่างหากพนักงานฟ้องกลับ

ทั้งคดีแรงงานและคดีอื่นที่เกี่ยวข้อง

มีอะไรอยู่ในมือ ส่งมาก่อนได้เลย

  1. สรุปพฤติการณ์ที่พบ ตามลำดับเวลา — ใคร ทำอะไร รู้ได้อย่างไร
  2. หลักฐานที่มี เช่น เอกสารการเงิน สลิปโอน อีเมล แชท ภาพกล้องวงจรปิด
  3. สัญญาจ้างและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
  4. ตำแหน่ง หน้าที่ และอำนาจของพนักงานรายนั้น
  5. มูลค่าความเสียหายโดยประมาณ
  6. รายชื่อผู้ที่รู้เห็นเหตุการณ์ (ถ้ามี)

ยังไม่ต้องสมบูรณ์ — ส่วนหนึ่งของงานทนายคือบอกว่า “ต้องหาอะไรเพิ่ม และหาอย่างไรให้ถูกกฎหมาย”

การตรวจเอกสารและหลักฐานอย่างเป็นระบบก่อนวางแผนดำเนินการ

ขั้นตอนทำงาน

  1. แจ้งเหตุแบบเป็นความลับผ่านแบบฟอร์ม LINE หรือโทรศัพท์
  2. ทนายประเมินเบื้องต้นเข้าข่ายร้ายแรงแค่ไหน หลักฐานพอหรือยัง พร้อมแจ้งขอบเขตงานและค่าบริการเป็นลายลักษณ์อักษร
  3. วางแผนและดำเนินการสอบสวนเก็บหลักฐาน เชิญชี้แจง สรุปผลเป็นเอกสาร
  4. ดำเนินการเลิกจ้างหนังสือเลิกจ้างระบุเหตุครบถ้วน พร้อมแผนสื่อสารภายใน
  5. ดำเนินคดีต่อเนื่อง (ถ้าต้องการ)เรียกค่าเสียหาย แจ้งความ หรือแก้ต่างกรณีถูกฟ้องกลับ

ยังไม่ได้เผชิญหน้ากับพนักงาน = ยังได้เปรียบอยู่
แจ้งเหตุวันนี้ ทีมงานตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมงทำการ

ทำไมกรณีทุจริตต้องใช้ทีมที่ทำครบทั้งสามแนวคดี

  • กรณีทุจริตเกี่ยวพัน 3 แนวคดีพร้อมกัน: วินัย/แรงงาน, แพ่ง (เรียกเงินคืน), อาญา (ยักยอก ฉ้อโกง ลักทรัพย์) — ทีมเราวางแผนให้หลักฐานชุดเดียวใช้ได้ทั้งสามทาง
  • เคยดูแลทั้งกรณีพนักงานระดับปฏิบัติการจนถึงผู้บริหารที่มีอำนาจทางการเงิน
  • ทำงานแบบปิดลับ ไม่กระทบการดำเนินธุรกิจระหว่างสอบสวน
  • ให้คำแนะนำตรงไปตรงมา — กรณีที่หลักฐานยังไม่ถึงมาตรา 119 เราจะบอกทางเลือกที่เสี่ยงน้อยกว่า ไม่พาลูกค้าไปเสี่ยงโดยไม่จำเป็น
ความไว้วางใจจากลูกความ — ทีมทนายฝ่ายนายจ้าง ไทยธนา ลอว์ เฟิร์ม

ค่าบริการ ชัดเจนก่อนเริ่มงาน

  • แจ้งลักษณะการกระทำและหลักฐานที่มี ให้ทนาย ประเมินขั้นตอนที่ควรดำเนินการ ก่อน — จากนั้นแจ้งขอบเขตงานและค่าบริการเป็นลายลักษณ์อักษร
  • ค่าบริการขึ้นอยู่กับขอบเขต: สอบสวนอย่างเดียว / สอบสวน+เลิกจ้าง / ดำเนินคดีเต็มรูปแบบ
  • ตกลงก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
  • ข้อมูลทุกอย่างเป็นความลับสูงสุด รวมถึงตัวตนของบริษัท

คำถามที่พบบ่อย

พนักงานทุจริต เลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่จ่ายค่าชดเชยใช่ไหม?

กฎหมายเปิดช่องไว้จริง — มาตรา 119 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ให้นายจ้างเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้ในกรณีเช่น ทุจริตต่อหน้าที่ จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย หรือฝ่าฝืนข้อบังคับกรณีร้ายแรง แต่เงื่อนไขสำคัญคือ นายจ้างต้อง พิสูจน์ได้ และต้อง ระบุเหตุนั้นไว้ในหนังสือเลิกจ้าง มิฉะนั้นสิทธินี้อาจหลุดมือ

ต้องแจ้งความก่อน หรือเลิกจ้างก่อน?

ไม่มีสูตรตายตัว — ขึ้นอยู่กับหลักฐาน มูลค่าความเสียหาย และเป้าหมายของบริษัท (อยากได้เงินคืน อยากให้ออกเร็ว หรืออยากดำเนินคดีถึงที่สุด) ลำดับที่ผิดอาจทำให้เสียเปรียบทั้งสองทาง จึงควรวางแผนกับทนายก่อนเดินหมากตัวแรก

ให้พนักงานเซ็นรับสภาพหนี้แล้วลาออกเงียบ ๆ ดีไหม?

เป็นทางเลือกที่ใช้บ่อยและจบเร็ว แต่หนังสือรับสภาพหนี้ที่ร่างไม่รัดกุมมักบังคับไม่ได้จริง หรือถูกอ้างภายหลังว่าเซ็นเพราะถูกข่มขู่ ควรให้ทนายร่างและกำกับการเจรจา

สอบสวนพนักงานเองได้ไหม หรือต้องมีทนาย?

บริษัททำเองได้ แต่จุดที่มักพลาดคือวิธีเก็บหลักฐานและการตั้งคำถาม — คำรับที่ได้มาโดยการบังคับ หรือหลักฐานที่ได้มาโดยละเมิดสิทธิ อาจใช้ในศาลไม่ได้ การมีทนายวางกรอบตั้งแต่ต้นทำให้ผลสอบสวนใช้ได้จริงทั้งสามแนวคดี

ความเสียหายไม่กี่หมื่นบาท คุ้มไหมที่จะดำเนินคดี?

ต้องชั่งระหว่างเงินที่จะได้คืนกับต้นทุนดำเนินคดี — แต่หลายบริษัทเลือกดำเนินคดีเพื่อ “ส่งสัญญาณภายในองค์กร” ว่าการทุจริตมีราคาที่ต้องจ่าย ทนายจะช่วยประเมินทั้งสองมิติให้ก่อนตัดสินใจ

ระหว่างสอบสวน ให้พนักงานหยุดงานได้ไหม?

ทำได้ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายและข้อบังคับการทำงาน เช่น การสั่งพักงานระหว่างสอบสวนซึ่งอาจมีภาระต้องจ่ายเงินระหว่างพักงานตามกฎหมาย — รายละเอียดขึ้นอยู่กับข้อบังคับของแต่ละบริษัท ควรตรวจก่อนออกคำสั่ง

ถ้าพนักงานชิงลาออกก่อน จะดำเนินคดีต่อได้ไหม?

ได้ — การลาออกไม่ลบล้างความรับผิดทางแพ่งและอาญาที่ทำไว้ บริษัทยังเรียกค่าเสียหายและแจ้งความได้ภายในอายุความ

แจ้งเหตุให้ทนายประเมินขั้นตอนที่ควรดำเนินการ

ข้อมูลเป็นความลับสูงสุด ทีมงานตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมงทำการ

ลักษณะการกระทำ * (เลือกได้หลายข้อ)
หลักฐานที่มีตอนนี้ (เลือกได้หลายข้อ)

ข้อมูลทุกอย่างเป็นความลับสูงสุด รวมถึงตัวตนของบริษัท

ได้รับข้อมูลแล้ว

ระหว่างรอทนายติดต่อกลับ แนะนำว่าอย่าเพิ่งเผชิญหน้าหรือแจ้งเลิกจ้างพนักงาน หากสถานการณ์เร่งด่วน โทร {{PHONE}}

ผู้ชนะไม่ใช่ฝ่ายที่โกรธกว่า แต่คือฝ่ายที่หลักฐานพร้อมกว่า

กรณีทุจริต ผู้ชนะไม่ใช่ฝ่ายที่โกรธกว่า แต่คือฝ่ายที่หลักฐานพร้อมกว่าและเดินถูกลำดับ ก่อนแจ้งเลิกจ้างหรือเผชิญหน้ากับพนักงาน ให้ทนายช่วยวางแผนหนึ่งครั้ง เพื่อให้ทุกก้าวหลังจากนั้นเป็นก้าวที่ได้เปรียบ

แจ้งลักษณะการกระทำและหลักฐานที่มี เพื่อให้ทนายประเมินขั้นตอน